ภาษา Python คืออะไร? ทำไมถึงเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งยอดนิยมที่สุด

Last updated: January 25, 2026

อยากเริ่มต้นเรียนโปรแกรมมิ่งหรือโค้ดดิ้ง แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนภาษาไหนดีและไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ในด้านไหนได้บ้าง?

วันนี้ขอนำเสนอภาษาโปรแกรมมิ่งที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ "ภาษาไพธอน" หรือเขียนว่า "ไพทอน" ก็ได้เช่นกัน ภาษาที่น้อยคนที่สนใจด้านโปรแกรมมิ่งจะไม่รู้จัก เพราะว่าเป็นภาษาที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองและยังคงครองอันดับ 1 ในปี 2026 นี้ครับ

Python Official Website
หน้าเว็บไซต์หลักของภาษา Python (python.org)

แต่หลายคนคงจะมีคำถามว่า "เมื่อเรียนภาษา Python แล้วนั้น จะนำไปทำอะไรได้บ้าง?" ซึ่งอย่างที่บอกครับว่าภาษา Python นั้นเป็นภาษาที่ครอบจักรวาลจริงๆ ทำได้หลากหลายด้านมาก จึงไม่แปลกครับว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกเรียน Python กัน วันนี้เราจะพาไปดูภาพรวมของภาษาให้ครอบคลุมในทุกมิติกัน รับรองว่าอ่านบทความนี้จบแล้วเพื่อนๆ จะเข้าใจถึงจุดเด่น จุดด้อย และเลือกนำเจ้าภาษา Python นี้ไปใช้งานได้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน


ภาษา Python คืออะไร?

ภาษาไพธอน (Python Programming Language) คือ หนึ่งในภาษาโปรแกรมมิ่งที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1989 โดย Guido Van Rossum นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวเนเธอร์แลนด์ โดยถูกจัดอยู่ในจำพวกภาษาแบบ Interpreted Programming Language (แปลโค้ดขณะรันโค้ด) ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ Compiled Languages อย่างเช่น C, C++ หรือ Java ครับ

Guido Van Rossum ผู้สร้างภาษา Python
Guido Van Rossum ผู้สร้างภาษาไพธอน (Photo Credit: WikiPedia)

ประวัติความเป็นมาของภาษา Python

นี่คือ Timeline แบบคร่าวๆ ที่น่าสนใจของไพธอนครับ:

  • ปี 1989: Guido van Rossum เริ่มพัฒนาภาษาใหม่ที่อ่านและเขียนง่าย เขาตั้งชื่อตามรายการตลก Monty Python's Flying Circus ที่เขาชื่นชอบ
  • ปี 1991: เวอร์ชันแรก 0.9.0 เปิดตัว พร้อมฟีเจอร์สำคัญอย่าง Class Inheritance และ Exception Handling
  • ปี 1994: Python 1.0 มาพร้อมฟังก์ชัน Lambda, Filter, Map และ Reduce
  • ปี 2000: Python 2.0 เพิ่ม List Comprehension และระบบ Garbage Collector
  • ปี 2008: Python 3.0 เป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ (Major Change) ที่ทำให้ภาษาสะอาดขึ้นและทันสมัยอย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน

จุดเด่นและจุดด้อยของภาษา Python

ก่อนจะเริ่มเรียน เรามาดูข้อดี-ข้อเสียเพื่อการตัดสินใจกันครับ

จุดเด่นของ Python

  1. ไวยากรณ์ (Syntax) ง่ายมาก: อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที คล้ายคลึงกับภาษาอังกฤษ
  2. ประยุกต์ได้หลากหลาย: ไม่ว่าจะเป็น Web Dev, Data Science, AI, Automation หรือ Web Scraping
  3. Community ขนาดใหญ่: มีแหล่งเรียนรู้และ Library แจกฟรีให้เลือกใช้มหาศาล
  4. Open Source: ใช้งานได้ฟรี 100% ไม่มีค่า License

จุดด้อยของ Python

  1. ความเร็ว: ช้ากว่าภาษาแนว Compiled อย่าง C++ เนื่องจากมีการจัดการหน่วยความจำให้อัตโนมัติ
  2. Mobile App: ไม่ใช่ภาษาหลักสำหรับการทำ Mobile App แบบ Native (หากต้องการทำด้านนี้ แนะนำให้ไปทาง Flutter หรือ Swift จะตรงสายกว่าครับ)

ส่องไวยากรณ์ (Syntax) เบื้องต้น

เพื่อให้เห็นภาพรวม ลองมาดูหน้าตาโค้ดของ Python กันครับ ว่ามัน "อ่านง่าย" จริงไหม?

1. แสดงผล Hello World

msg = "Hello, Python 2026"
print(msg)

2. การใช้ If-Else

x = 10
if x > 5:
    print("x มีค่ามากกว่า 5")
else:
    print("x มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5")

3. การสร้างฟังก์ชัน

def greet(name):
    return f"สวัสดีคุณ {name} ยินดีต้อนรับสู่ DevHub!"

print(greet("Isara"))


ภาษา Python ทำอะไรได้บ้างในโลกปัจจุบัน?

นี่คือ 5 สายงานหลักที่ Python โดดเด่นที่สุดครับ:

1. Data Science & Data Visualization

Python คือเครื่องมืออันดับ 1 ของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) สำหรับการทำ Data Cleansing และการทำกราฟแสดงผลข้อมูลผ่าน Library ดังอย่าง Pandas, NumPy และ Matplotlib

2. Web Development (Back-end)

สำหรับสาย Web Dev ภาษา Python มี Framework ที่แข็งแกร่งมาก เช่น Django (สำหรับระบบใหญ่), Flask (สำหรับ Microservice) และ FastAPI ที่เน้นความเร็วสูงและทันสมัยที่สุด

3. AI & Machine Learning

โลกของ AI ขับเคลื่อนด้วย Python ครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Chatbot หรือระบบจดจำใบหน้า เราจะใช้เครื่องมืออย่าง TensorFlow, PyTorch และ Scikit-Learn

4. Automation & Web Scraping

หากคุณต้องทำเว็บดูดข้อมูล (Web Scraping) หรืออยากสร้างบอทมาทำงานซ้ำๆ แทนเรา Python มี Library อย่าง BeautifulSoup และ Selenium ที่ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย

5. GUI Desktop App

เราสามารถสร้างโปรแกรมที่มีหน้าต่าง (Interface) ให้คนทั่วไปใช้งานได้ผ่าน Tkinter หรือ PySide


สรุป

Python คือภาษาที่ "เริ่มต้นง่าย แต่ต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด" เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ที่เพิ่งหัดเขียนโค้ด และมืออาชีพที่ต้องการสร้างระบบที่ซับซ้อน หากคุณอยากเป็นคนไอทีที่รอบด้านในปี 2026 นี้ การเริ่มเรียน Python คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดครับ

แนะนำ: เรียน Python ฟรีต่อเนื่องได้ที่ Python Tutorial ของ devhub.in.th


ในบทถัดไป (EP 2): เราจะขยับเข้าสู่ภาคปฏิบัติ กับวิธีการติดตั้ง Python และการเซ็ตอัพ VS Code ให้พร้อมรันโค้ดแรกของคุณครับ!