Canonical Tags & Duplicate Content

Last updated: January 28, 2026

ปัญหา Duplicate Content (เนื้อหาซ้ำ) เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่คนทำ SEO หรือเจ้าของเว็บไซต์จะละเลยไปไม่ได้ครับ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ตัวว่า บทความที่เราเขียนเองกับมือแท้ ๆ กำลังกลายเป็น "เนื้อหาซ้ำ" ในสายตา Google อยู่ ซึ่งผลเสียคือหน้าเว็บของเราจะแย่งกันทำอันดับเอง (Keyword Cannibalization) จนสุดท้ายไม่มีหน้าไหนติดอันดับสักหน้า

แต่ไม่ต้องห่วงครับ พระเอกของเราวันนี้... Canonical Tag สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ครับ

1. Canonical Tag คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องนิยามให้ชัดเจนก่อนครับ ระหว่าง "URL" กับ "Tag"

  • Canonical URL: คือ URL หลัก หรือ URL ต้นฉบับ ที่เราต้องการให้ Google จดจำและแสดงผลในหน้าแรก
  • Canonical Tag: คือ HTML Tag ที่ใช้บอก Google ว่า "URL ไหนคือตัวจริง"

โครงสร้างของ Code

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาแยกชิ้นส่วนของโค้ดกันครับ:

<link rel="canonical" href="https://webmastery.dev/seo-guide" />
ส่วนประกอบ คำอธิบาย
<link ... /> เป็น HTML Element มาตรฐานสำหรับเชื่อมโยงเอกสาร
rel="canonical" หัวใจสำคัญ: บอก Search Engine ว่าลิงก์นี้คือ "ต้นฉบับ" (Master Copy)
href="..." เป้าหมาย: ระบุ URL ที่เป็น Absolute URL (ควรมี https:// เต็มรูปแบบ)

ตัวอย่าง Canonical Tag (ของ Web Mastery)
ตัวอย่างการใช้งาน Canonical Tag บนหน้า homepage ของเว็บไซต์ Web Mastery เพื่อระบุ URL หลักให้ Search Engine เข้าใจ และป้องกันปัญหาเนื้อหาซ้ำ (Duplicate Content)

2. ทำไมถึงเกิด Duplicate Content? (1 เนื้อหา = หลาย URLs)

เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่า "ฉันเขียนบทความแค่ครั้งเดียว มันจะซ้ำได้ไง?"
ความจริงคือ... ในมุมมองของ Server และ Google การเปลี่ยนแปลงตัวอักษรนิดเดียวใน URL ก็ถือว่าเป็นคนละหน้าแล้วครับ

ตัวอย่าง: สมมติเพื่อน ๆ เขียนบทความ "10 คาเฟ่ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ"
ในสายตาเรา มันคือหน้าเดียว แต่ในระบบหลังบ้าน มันอาจเข้าถึงได้ผ่าน URL เหล่านี้ทั้งหมด:

1. https://www.example.com/blog/top-10-cafes    (มี www)
2. https://example.com/blog/top-10-cafes        (ไม่มี www)
3. http://www.example.com/blog/top-10-cafes     (ไม่มี s - ไม่ปลอดภัย)
4. https://example.com/blog/top-10-cafes/       (มี Trailing Slash / ปิดท้าย)
5. https://example.com/blog/top-10-cafes/index.html
6. https://example.com/blog/top-10-cafes?utm_source=facebook  (มี Parameter)

ผลลัพธ์: Google เห็นเป็น 6 หน้าที่เนื้อหาเหมือนกันเป๊ะ! ทำให้เกิดความสับสนในการทำ Indexing และคะแนน SEO ก็ถูกหารเฉลี่ยจนพลังไม่พอที่จะดันหน้าไหนให้ติดอันดับเลย


3. วิธีแก้ปัญหา: เลือกเครื่องมือให้ถูกงาน

เรามีอาวุธ 3 อย่างในการจัดการเนื้อหาซ้ำครับ คือ Canonical Tag, 301 Redirect, และ Noindex แต่ละตัวใช้งานต่างกัน ดังตารางนี้ครับ

ตารางเปรียบเทียบ: Canonical vs 301 vs Noindex

วิธีการ (Method) การทำงาน (Action) ผลลัพธ์ต่อ User ผลลัพธ์ต่อ Google (SEO) ใช้เมื่อไหร่? (Use Case)
Canonical Tag "หน้านี้มีอยู่จริง แต่ให้คะแนนหน้าต้นฉบับนะ" เข้าได้ปกติ เห็นเนื้อหาปกติ Index หน้าต้นฉบับ + รวมพลังลิงก์ไปหน้าต้นฉบับ หน้าสินค้าที่มีหลายสี, หน้าที่มี URL Parameters, บทความที่ลงหลายเว็บ
301 Redirect "ย้ายบ้านถาวร ไปที่ใหม่เลย" เด้งไปหน้าใหม่ทันที (ไม่เห็นหน้าเก่า) Index หน้าใหม่ + ส่งพลังลิงก์ทั้งหมดไปหน้าใหม่ เปลี่ยน http > https, แก้ www vs non-www, ย้ายโดเมน
Noindex "ห้ามเก็บหน้านี้เข้าสารบัญ" เข้าได้ปกติ เห็นเนื้อหาปกติ ไม่ Index (ไม่โชว์ใน Google) หน้า Admin, หน้าตะกร้าสินค้า, หน้าขอบคุณ (Thank you page)

4. วิธีติดตั้ง Canonical Tag (Implementation)

การติดตั้งทำได้โดยเพิ่มโค้ดเข้าไปในส่วน <head> ของเว็บไซต์ครับ

A. Self-Referencing Canonical (ชี้หาตัวเอง)

เทคนิคที่แนะนำคือ "ทุกหน้าควรมี Canonical ชี้เข้าหาตัวเอง" (ถ้ามันคือต้นฉบับ) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการโดนก๊อปปี้ หรือ URL Parameters ที่เราไม่รู้ตัว

<head>
    <title>Top 10 Cafes in Bangkok | Content Mastery</title>
    <link rel="canonical" href="https://www.example.com/blog/top-10-cafes">
</head>

B. การเลือกใช้ www หรือ non-www?

ไม่มีกฎตายตัวครับ ขอแค่ "เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง" แล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งเว็บ (Consistency) อย่างเครื่องมือทำ SEO ระดับโลก 2 เจ้านี้ก็ใช้ต่างกันครับ (ซึ่งก็ไม่มีถูกมีผิดเนอะ)

  • Ahrefs: ใช้แบบ non-www (https://ahrefs.com)
  • Semrush: ใช้แบบ www (https://www.semrush.com)

ข้อควรระวัง: อย่าใช้สลับไปมา เดี๋ยว Google งงครับ เลือกแล้วยึดตามนั้นตลอดชีพเว็บเลย


5. วิธีตรวจสอบปัญหาใน Google Search Console 🔍

เพื่อน ๆ สามารถเช็กได้ง่าย ๆ ว่าเว็บเรามีปัญหานี้ไหม โดยเข้าไปที่ GSC เมนู Pages แล้วมองหา Status เหล่านี้ครับ

Status Message ความหมาย วิธีแก้ไข
Duplicate without user-selected canonical Google เจอหน้าซ้ำ แต่เราไม่ได้ระบุ Canonical ไว้ (Google เลยสุ่มเลือกให้เอง ซึ่งอาจผิด) รีบใส่ Canonical Tag ระบุหน้าต้นฉบับทันที
Duplicate, Google chose different canonical than user Google เจอหน้าซ้ำ เราเลือกแล้ว แต่ Google ไม่เชื่อ! (มักเกิดจากหน้าต้นฉบับคุณภาพแย่กว่า) ปรับปรุงหน้าต้นฉบับให้เนื้อหาดีกว่าหน้าซ้ำ หรือเช็กว่าเราชี้ Canonical ผิดไหม

6. ข้อดีของการทำ Canonicalization

  1. รักษาค่าพลังลิงก์ (Link Equity): คะแนน Backlink ทั้งหมดจะไม่กระจัดกระจาย แต่จะถูกส่งตรงไปที่หน้าหลักหน้าเดียว (Consolidate Signals)
  2. Crawl Budget มีประสิทธิภาพ: Google ไม่ต้องเสียเวลา Crawl หน้าซ้ำ ๆ ทำให้มาเก็บหน้าใหม่ของเราได้ไวขึ้น
  3. รายงาน GSC สะอาดตา: Google Search Console จะไม่แจ้งเตือนแดงเถือกให้รกหูรกตาอีกต่อไปครับ (อันนี้สบายใจสุด ๆ lol)

สรุป Checklist สำหรับ Ep 7

  • [ ] Standardize URL: ตัดสินใจว่าจะใช้ https และ www (หรือ non-www) เป็นมาตรฐาน
  • [ ] Check Source Code: สุ่มเปิดหน้าเว็บ กด Ctrl+U แล้วค้นหา rel="canonical" ดูว่ามีไหม? และลิงก์ถูกต้องไหม?
  • [ ] CMS Settings: ถ้าใช้ WordPress ตรวจสอบการตั้งค่าใน Yoast SEO / Rank Math ว่าเปิดใช้งานแล้ว
  • [ ] Cross-Domain: ถ้าเอาบทความไปลงเว็บอื่น (เช่น Medium, LinkedIn) อย่าลืมตั้ง Canonical กลับมาที่เว็บเรา

การแก้ปัญหา Duplicate Content อาจดูเป็นเรื่องเทคนิคจ๋า ๆ แต่ถ้าทำได้ เว็บไซต์ของเพื่อน ๆ จะมีรากฐานที่แข็งแรง และพร้อมทะยานขึ้นหน้าแรกได้ง่ายขึ้นเยอะครับ

ในบทต่อไป เราจะขยับไปเรื่องที่ Google ให้ความสำคัญสุด ๆ ในปี 2026 (และเป็นปัจจัยการจัดอันดับโดยตรง) นั่นคือเรื่องของ "ความเร็วและประสบการณ์ใช้งาน" ใน Ep 8: Core Web Vitals & Page Experience ครับ


อ้างอิงเพิ่มเติม: