HTTP Status Codes

Last updated: January 28, 2026

เพื่อน ๆ เคยสังเกตไหมครับ? เวลาเรากดเข้าเว็บแล้วเจอหน้า Error หรือบางทีเราพิมพ์ URL เก่าแต่มันเด้งไปหน้าใหม่เอง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยเวทมนตร์ครับ แต่มันคือการสื่อสารระหว่าง Browser (คนขอ) กับ Server (คนให้)

ภาษาที่เขาใช้คุยกันเรียกว่า "HTTP Status Codes"

ถ้า Server ตอบกลับมาว่า "ได้เลย เอาไปสิ" (Code 200) เราก็เห็นหน้าเว็บปกติ
แต่ถ้า Server บอกว่า "ย้ายบ้านแล้วนะ" (Code 301) หรือ "หาไม่เจอ" (Code 404) Browser ก็จะแสดงผลตามนั้น

ในมุมของคนทำ SEO ตัวเลข 3 หลักเหล่านี้มีความหมายมากครับ เพราะมันบอก Googlebot ว่าจะทำยังไงกับหน้านั้นต่อ? จะ Index ต่อดีไหม? หรือจะเททิ้ง?

วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 รหัสสำคัญที่เพื่อน ๆ ต้องรู้ครับ

1. 200 OK (ผ่านฉลุย)

นี่คือรหัสที่เราอยากเห็นมากที่สุดครับ

  • ความหมาย: "เจอแล้ว! โหลดหน้าเว็บได้สมบูรณ์"
  • SEO Action: ไม่ต้องทำอะไรครับ ปล่อยให้ Google Index ไปตามปกติ

2. 3xx Redirection (การย้ายบ้าน)

เมื่อเราเปลี่ยน URL หน้านั้น (เช่น เปลี่ยนชื่อสินค้า หรือย้ายหมวดหมู่) เราต้องทำ Redirect เพื่อส่งคน (และบอต) ไปยังที่อยู่ใหม่
จุดตายของหลายคนคือ "เลือกใช้ 301 หรือ 302 ดี?"

ตารางเปรียบเทียบ: 301 vs 302

รหัส ชื่อเรียก ความหมาย (ภาษาคน) คะแนน SEO (Link Juice) ใช้เมื่อไหร่?
301 Moved Permanently "ย้ายบ้านถาวร ไม่กลับมาแล้ว" ส่งต่อ 100% (Google ย้ายคะแนนไปหน้าใหม่) เปลี่ยน URL, ย้ายโดเมน, เปลี่ยน http เป็น https
302 Found (Temporary) "ไปพักร้อน เดี๋ยวกลับมา" ไม่ส่งต่อ (Google ยังเก็บหน้าเก่าไว้ใน Index) สินค้าหมดชั่วคราว, หน้าปรับปรุงระบบชั่วคราว

Tip: ถ้าเพื่อน ๆ จะเปลี่ยน URL ถาวร ต้องใช้ 301 เท่านั้น นะครับ ห้ามใช้ 302 เด็ดขาด ไม่งั้นคะแนน SEO ที่สะสมมา (Backlinks) จะหายวับไปกับตา!

3. 404 Not Found (หาไม่เจอ)

หน้านี้คือฝันร้ายของ User ครับ เข้ามาแล้วเจอทางตัน เช่นลองทดสอบใส่ URL มั่ว ๆ ในเว็บ Web Mastery

https://webmastery.dev/tests

ตัวอย่างหน้า 404 Not Found
ตัวอย่างหน้า 404 Not Found ที่แสดงเมื่อผู้ใช้หรือ Search Engine เข้าถึง URL ที่ไม่มีอยู่จริง โดยควรออกแบบให้เข้าใจง่าย และไม่กระทบต่อประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) และ SEO

  • ความหมาย: "ไม่มีหน้านี้อยู่ใน Server" (อาจจะลบไปแล้ว หรือคนพิมพ์ URL ผิด)
  • SEO Impact:
  • ถ้าเป็นหน้าไม่สำคัญ (ลบทิ้งเพราะสินค้าเลิกผลิต): ปล่อย 404 ไว้ได้ครับ Google จะค่อย ๆ ถอดออกจาก Index เอง (เรียกว่า 410 Gone ก็ได้ ถ้าอยากบอกว่าไปแล้วไปลับ)
  • ถ้าเป็นหน้าสำคัญที่มี Backlink: เพื่อน ๆ ห้ามปล่อยเป็น 404 เด็ดขาด ต้องทำ 301 Redirect ส่งไปยังหน้าอื่นที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อรักษาคะแนน SEO ไว้

Custom 404 Page (เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส)

อย่าปล่อยให้หน้า 404 เป็นหน้า Error ขาว ๆ น่าเบื่อครับ ออกแบบให้สวยงาม ใส่ลิงก์กลับหน้า Home หรือช่องค้นหา เพื่อดึง User ให้อยู่กับเว็บเราต่อ

4. Soft 404 (หน้า Error ปลอม)

อันนี้เป็นกับดักทางเทคนิคครับ

  • อาการ: หน้าเว็บแสดงข้อความว่า "ไม่พบสินค้า" (เนื้อหาหาย) แต่ Server ดันส่งรหัส 200 OK (บอกว่าปกติ) กลับมา
  • ผลเสีย: Googlebot จะงงครับ คิดว่าเป็นหน้าปกติที่มีเนื้อหาน้อย (Thin Content) แล้วพยายาม Index มัน ผลคือเว็บเราจะเต็มไปด้วยขยะคุณภาพต่ำ
  • วิธีแก้: ต้องให้ Developer แก้ Server ให้ส่งรหัส 404 จริง ๆ เมื่อไม่เจอข้อมูล

5. 5xx Server Error (ระบบล่ม)

ถ้ารหัสขึ้นต้นด้วยเลข 5 แปลว่าเป็นความผิดของ Server เราแล้วครับ (ไม่ใช่ User พิมพ์ผิด)

  • 500 Internal Server Error: โค้ดพัง, Plugin ตีกัน, ไฟล์ .htaccess ผิด
  • 503 Service Unavailable: Server รับคนไม่ไหว หรือกำลังปิดปรับปรุง
  • SEO Impact: ร้ายแรงมากครับ ถ้า Googlebot เข้ามาเจอ 5xx บ่อย ๆ มันจะลดความถี่ในการ Crawl เว็บเราทันที เพราะไม่อยากให้ Server เราล่มไปกว่าเดิม

สรุป Workflow การจัดการ Status Codes

เพื่อให้เห็นภาพรวม ผมสรุปเป็นแผนผังการตัดสินใจง่าย ๆ ให้เพื่อน ๆ ครับ

graph TD
    A[ตรวจสอบหน้าเว็บ] --> B{หน้านี้ยังมีเนื้อหาไหม?}
    B -->|Yes| C{URL เดิมไหม?}
    C -->|Yes| D[200 OK<br>(ปกติ)]
    C -->|No| E{ย้ายถาวร?}
    E -->|Yes| F[301 Redirect<br>(ส่งพลัง SEO ไปหน้าใหม่)]
    E -->|No| G[302 Redirect<br>(ชั่วคราว)]
    B -->|No| H{มีหน้าอื่นแทนไหม?}
    H -->|Yes| F
    H -->|No| I[404 Not Found<br>(หรือ 410 Gone)]

Checklist สิ่งที่ต้องทำ

  • [ ] หมั่นเช็ก Crawl Stats ใน Google Search Console ว่ามี Error 404 หรือ 5xx พุ่งสูงผิดปกติไหม
  • [ ] ติดตั้ง Plugin เช็ก Broken Link (แต่ระวังหนัก Server) หรือใช้เครื่องมือภายนอกอย่าง Ahrefs/Screaming Frog
  • [ ] ตรวจสอบว่าหน้า Redirect ทั้งหมดเป็น 301 (ไม่ใช่ 302) หากเป็นการย้ายถาวร
  • [ ] ออกแบบหน้า Custom 404 ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน

เรื่องตัวเลขพวกนี้อาจจะดูน่าปวดหัว แต่ถ้าเราจัดการมันได้ดี เว็บเราจะ "คลีน" ในสายตา Google มากครับ
ในบทต่อไป เราจะไปดูวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของเว็บ E-commerce นั่นคือ "เนื้อหาซ้ำ" ใน Ep 7: Canonical Tags & Duplicate Content ครับ