Schema Markup & Structured Data

Last updated: January 28, 2026

Googlebot นั้นเก่งมากในการอ่าน "ข้อความ" บนหน้าเว็บ แต่บางครั้งมันก็ไม่เข้าใจ "บริบท" ครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้า Google เจอต้วเลข "2026" บนหน้าเว็บ... มันอาจจะงงว่า

  • คือราคา 2,026 บาท?
  • หรือคือปี ค.ศ. 2026?
  • หรือเป็นจำนวนสินค้าในสต็อก?

Structured Data คือตัวช่วยแปลภาษาที่จะบอก Google ชัดเจนว่า "เลข 2026 นี้คือราคานะ และหน่วยเป็นบาท" เมื่อ Google เข้าใจชัดเจน ก็จะสามารถนำข้อมูลไปแสดงผลแบบพิเศษ (Rich Results) ให้ลิงก์เราดูน่าคลิกกว่าคู่แข่งนั่นเองครับ

1. Structured Data vs Schema.org vs JSON-LD

ศัพท์ 3 คำนี้มักมาคู่กันครับ เพื่อไม่ให้สับสน ผมสรุปให้แบบนี้:

  • Structured Data: คือ "คอนเซปต์" การจัดระเบียบข้อมูลให้บอทอ่านง่าย
  • Schema.org: คือ "พจนานุกรม" มาตรฐานที่ Search Engine ทั่วโลก (Google, Bing, Yahoo) ตกลงใช้ร่วมกัน
  • JSON-LD: คือ "รูปแบบภาษา" (Format) ที่ Google แนะนำที่สุด ในการเขียนโค้ดชุดนี้

2. ทำไมต้องทำ?

ถึงแม้ Google จะบอกว่า Structured Data ไม่ใช่ ปัจจัยการจัดอันดับโดยตรง (Ranking Factor) แต่ผลทางอ้อมนั้นมหาศาลครับ:

  1. Increase CTR: ลิงก์ที่มีดาวหรือรูปภาพ ดึงดูดสายตาและน่าคลิกกว่าลิงก์ข้อความธรรมดา (เพิ่ม Click-Through Rate)
  2. Better Understanding: ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บเราได้แม่นยำขึ้น
  3. Knowledge Graph: มีโอกาสที่ข้อมูลบริษัทเราจะไปโชว์ในกล่องด้านขวาของหน้าค้นหา

3. เจาะลึกโครงสร้าง JSON-LD

เพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเป็นก็เข้าใจได้ครับ โครงสร้างมันตรงไปตรงมามาก โดยสคริปต์นี้จะถูกวางไว้ในส่วน <head> หรือ <body> ของหน้าเว็บ

ตัวอย่าง Code: Product Schema (สำหรับสินค้า)

นี่คือโค้ดที่ทำให้เกิด "ดาวรีวิว" และ "ราคา" บนหน้า Google ครับ

<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org/",
  "@type": "Product",
  "name": "รองเท้าวิ่งรุ่น Pro 2026",
  "image": "https://example.com/photos/shoe.jpg",
  "description": "รองเท้าวิ่งน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับมาราธอน",
  "brand": {
    "@type": "Brand",
    "name": "SuperShoe"
  },
  "offers": {
    "@type": "Offer",
    "url": "https://example.com/product/shoe-pro-2026",
    "priceCurrency": "THB",
    "price": "4500",
    "availability": "https://schema.org/InStock"
  },
  "aggregateRating": {
    "@type": "AggregateRating",
    "ratingValue": "4.8",
    "reviewCount": "125"
  }
}
</script>

จุดสังเกต:

  • "@type": "Product": บอกว่าเป็นสินค้า
  • "price": "4500": บอกราคา
  • "ratingValue": "4.8": ส่วนนี้แหละครับที่ทำให้เกิดดาว ⭐

4. Schema ประเภทที่ต้องมี (Must-Have Types)

มี Schema เป็นร้อยแบบ แต่เราเลือกทำเฉพาะที่ตรงกับธุรกิจของเราก็พอครับ นี่คือ 4 ตัวหลักที่ส่งผลต่อ SEO สูงสุด:

ประเภท Schema เหมาะสำหรับ ผลลัพธ์ที่จะได้ (Rich Result)
Article เว็บ Blog / ข่าว แสดงพาดหัวข่าว, รูปปกชัดเจนในหน้า Top Stories
Product เว็บ E-commerce แสดงราคา, สถานะ (มีของ/หมด), และดาวรีวิว
BreadcrumbList ทุกเว็บไซต์ แสดง Path นำทางในหน้าค้นหา (เช่น Home > Men > Shoes)
Organization / LocalBusiness ธุรกิจ / บริษัท แสดงข้อมูลที่อยู่, เบอร์โทร, เวลาทำการ ใน Knowledge Panel

5. วิธีติดตั้งบนเว็บไซต์ (Implementation)

A. สำหรับ WordPress (ง่ายที่สุด)

ถ้าเพื่อน ๆ ใช้ WordPress ไม่ต้องเขียนโค้ดเองครับ Plugin SEO ส่วนใหญ่จัดการให้เราอัตโนมัติ

  • Yoast SEO / Rank Math: สร้าง Article, Organization, Breadcrumb ให้ทันทีที่ติดตั้ง
  • WooCommerce: สร้าง Product Schema ให้อัตโนมัติเมื่อเราลงสินค้า

B. สำหรับ Custom Website (Manual แบบของ Web Mastery)

เราสามารถใช้เครื่องมือช่วยเจนโค้ด (Schema Generator) แล้วนำไปแปะเอง

  1. เข้าเว็บ Merkle Schema Markup Generator
  2. เลือกประเภท Schema ที่ต้องการ
  3. กรอกข้อมูลลงไป
  4. Copy Code JSON-LD ที่ได้ ไปแปะในส่วน <head> ของหน้าเว็บ

6. วิธีตรวจสอบความถูกต้อง (Testing)

เขียนเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งมั่นใจครับ ต้องตรวจก่อนว่า Google อ่านออกไหม โดยใช้เครื่องมือ Rich Results Test ของ Google เอง

ขั้นตอนการตรวจสอบ:

  1. ไปที่ Google Rich Results Test
  2. ใส่ URL หน้าเว็บของเรา หรือกด "View Code" เพื่อวางโค้ด JSON-LD ที่เราเขียน
  3. กด Test URL

การอ่านผลลัพธ์:

  • Valid items detected (สีเขียว): ผ่านฉลุย โค้ดถูกต้อง พร้อมแสดงผล
  • ⚠️ Non-critical issues (สีเหลือง): มีคำเตือน (เช่น ขาดฟิลด์ priceRange) แต่ยังแสดงผลได้
  • Critical issues (สีแดง): พัง! (เช่น Syntax ผิด) ต้องแก้ทันที ไม่งั้นไม่แสดงผล

ตัวอย่างการทดสอบ Structured Data ด้วย Schema.org Validator
ตัวอย่างการทดสอบความถูกต้องของ Structured Data รูปแบบ JSON-LD ด้วยเครื่องมือ Schema.org Validator เพื่อช่วยตรวจสอบว่าโครงสร้างข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐาน และสามารถถูกนำไปใช้โดย Search Engine ได้อย่างถูกต้อง


สรุป Checklist สำหรับ Ep 9

  • [ ] Identify: ระบุประเภทหน้าเว็บของเราว่าเป็นอะไร (บทความ? สินค้า? ธุรกิจท้องถิ่น?)
  • [ ] Generate: ใช้ Plugin หรือเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด JSON-LD
  • [ ] Validate: ทดสอบโค้ดทุกครั้งผ่าน Rich Results Test ก่อนนำขึ้นจริง
  • [ ] Monitor: เช็กใน Google Search Console เมนู Enhancements เพื่อดูว่า Google Index Schema ของเราไปกี่หน้าแล้ว

การทำ Structured Data เป็นเทคนิคที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากครับ ในสมรภูมิที่อันดับ 1-3 แข่งกันดุเดือด Rich Snippets อาจเป็นตัวตัดสินว่าลูกค้าจะเลือกคลิกเว็บเรา หรือเว็บคู่แข่ง