ลองจินตนาการว่าคุณเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ "ไม่มีป้ายบอกทาง" สินค้าวางกองรวมกันมั่วไปหมด เสื้อผ้าอยู่ปนกับเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณจะรู้สึกอย่างไร?
คงเดินออกทันทีใช่ไหมครับ?
Googlebot ก็รู้สึกแบบเดียวกันครับเพื่อน ๆ ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่มี "โครงสร้าง" (Architecture) ที่ชัดเจน บอตจะงุนงง หาหน้าสำคัญไม่เจอ และอาจเลิก Crawl ไปกลางคัน
ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธี "วางผัง" ให้เว็บไซต์ เพื่อให้ Googlebot เดินทั่วถึง และผู้ใช้งานหาสิ่งที่ต้องการเจอภายในไม่กี่คลิกครับ
1. Site Architecture: Flat vs. Deep
โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีควรเป็นรูปทรง "พีระมิด" (Flat Architecture) ครับ คือมีความกว้างแต่ไม่ลึกเกินไป เพื่อให้ Link Authority (พลังของลิงก์) ส่งจากหน้าแรกไปยังหน้าย่อยได้ทั่วถึง
The 3-Click Rule (กฎ 3 คลิก)
กฎเหล็กของการออกแบบโครงสร้างคือ: "ผู้ใช้งานควรเข้าถึงหน้าใดก็ตามบนเว็บไซต์ได้ ภายใน 3 คลิก จากหน้าแรก"
เปรียบเทียบโครงสร้าง (Mermaid Diagram):
graph TD
subgraph "✅ Flat Structure (Good for SEO)"
A[Homepage] --> B1[Category A]
A --> B2[Category B]
B1 --> C1[Product/Post 1]
B1 --> C2[Product/Post 2]
B2 --> C3[Product/Post 3]
end
subgraph "❌ Deep Structure (Bad for SEO)"
X[Homepage] --> Y[Page Level 1]
Y --> Z[Page Level 2]
Z --> W[Page Level 3]
W --> V[Target Content]
end
ข้อเสียของ Deep Structure
- Crawlability: Googlebot อาจหมด Crawl Budget ก่อนที่จะเดินทางไปถึงหน้าลึก ๆ
- Link Juice: พลัง SEO ลดน้อยลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการคลิกผ่านหน้าใหม่ (ยิ่งลึก ยิ่งพลังน้อย)
2. URL Structure (การตั้งชื่อลิงก์)
URL คือ "ที่อยู่" ของหน้าเว็บ การตั้งชื่อ URL ที่ดี (SEO-Friendly URL) ช่วยให้ทั้งคนและ Google เข้าใจเนื้อหาหน้าเว็บได้ทันทีที่เห็นลิงก์ โดยไม่ต้องคลิกเข้าไปดู
ตารางเปรียบเทียบ: Good vs. Bad URLs
| ประเภท | ตัวอย่าง URL | วิเคราะห์ |
|---|---|---|
| ❌ Parameter URL | example.com/index.php?id=582&cat=9 |
อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่สื่อความหมาย และดูไม่น่าเชื่อถือ |
| ❌ Date-Based | example.com/2026/01/25/category/seo/topic |
ยาวเกินไป และทำให้เนื้อหาดูเก่าเร็ว (ถ้าปีเปลี่ยน) |
| ✅ Keyword-Rich | example.com/seo-guide/technical-seo |
สั้น กระชับ มี Keyword และบอกลำดับชั้นชัดเจน |
Best Practices สำหรับ URL Slug
- Use Hyphens (-): ใช้ขีดกลางคั่นคำเสมอ ห้ามใช้ Underscore (_) เพราะ Google มองขีดกลางเป็น "Space" แต่ขีดล่างเป็นตัวเชื่อมคำ
- Lowercase Only: ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหา Duplicate Content (Server บางตัวมองว่า
Pageกับpageคือคนละหน้ากัน) - Keep it Simple: ตัดคำเชื่อมที่ไม่จำเป็นออก (Stop words) เช่น and, or, but, of
* Original:7-ways-to-optimize-your-website-structure
* Better:optimize-website-structure
3. Internal Linking & Navigation
นอกจากการวางผังแม่บทแล้ว การเชื่อมโยงภายใน (Internal Linking) ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า Breadcrumbs
Breadcrumbs (เกล็ดขนมปังนำทาง)
คือแถบนำทางที่บอกว่า "ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน" ของเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้งานย้อนกลับไปยังหมวดหมู่ก่อนหน้าได้ง่าย และช่วยให้ Google เข้าใจ Hierarchy (ลำดับชั้น) ของเว็บ
ตัวอย่างการแสดงผล:
Home > SEO Knowledge > Technical SEO > Site Structure Guide
ตัวอย่าง HTML Structure:
<nav aria-label="Breadcrumb">
<ol>
<li><a href="/">Home</a></li>
<li><a href="/seo/">SEO Knowledge</a></li>
<li><span aria-current="page">Site Structure Guide</span></li>
</ol>
</nav>
ประโยชน์ของ Breadcrumbs:
- ลด Bounce Rate เพราะผู้ใช้คลิกย้อนกลับไปดูหมวดหมู่ได้ง่าย แทนที่จะปิดเว็บหนี
- มีโอกาสแสดงผลในหน้า Google Search (Rich Snippets) ทำให้ลิงก์ดูน่าสนใจขึ้น
4. Canonical URLs (การจัดการหน้าซ้ำ)
ในบางครั้ง ระบบ CMS (เช่น WordPress, Magento) อาจสร้าง URL หลายแบบสำหรับเนื้อหาเดียวกันโดยที่เราไม่รู้ตัว
example.com/product/black-shirtexample.com/shop/black-shirtexample.com/product/black-shirt?color=black
ปัญหานี้เรียกว่า Duplicate Content ซึ่งเราจะเจาะลึกวิธีแก้ปัญหาด้วย Canonical Tags อย่างละเอียดใน Ep 7 ครับ แต่เบื้องต้นจำไว้ว่า "1 เนื้อหา ควรมี 1 URL หลักเท่านั้น"
สรุป Checklist สำหรับ Ep 3
- [ ] ออกแบบโครงสร้างเว็บให้แบนราบ (เข้าถึงได้ใน 3 คลิก)
- [ ] ตั้งค่า URL ให้เป็น SEO Friendly (สั้น, มีคีย์เวิร์ด, ใช้ Hyphen)
- [ ] ติดตั้ง Breadcrumbs เพื่อช่วยนำทาง
- [ ] ตรวจสอบ Internal Link ว่าเชื่อมโยงไปยังหน้าสำคัญครบถ้วนหรือไม่
หลังจากที่เราวางผังเมืองและบ้านเลขที่ (URL) เสร็จแล้ว ในบทต่อไปเราจะมาสร้าง "ป้อมยาม" เพื่อคัดกรองว่าใครเข้าบ้านได้บ้าง ใน Ep 4: Mastering Robots.txt ครับ