Technical SEO Overview

Last updated: January 28, 2026

เพื่อน ๆ อาจจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ...
อุตส่าห์ทำคอนเทนต์จนสมบูรณ์แบบ เขียนบทความยาวเหยียด หา Backlink มาอย่างดี แต่ทำไมเว็บก็ยังไม่ติดหน้าแรก Google เสียที? แถมคนเข้าเว็บก็น้อยลงเรื่อย ๆ?

บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ "เนื้อหา" แต่อยู่ที่ "รากฐาน" ครับ
เหมือนเราสร้าง "โรงแรม 5 ดาว" ไว้กลางป่าลึก แต่ลืมตัดถนนให้รถเข้ามาครับ ไม่มีถนน = ไม่มีคนเห็น = ไม่มีลูกค้า

Technical SEO คือการ "ตัดถนน" และ "วางรากฐาน" ที่ว่านั่นเองครับ

Technical SEO คืออะไร?

Technical SEO
คือ การปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ (Infrastructure) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูล (Crawl) และทำความเข้าใจเนื้อหา (Index) ได้ง่ายที่สุด
เป้าหมายมี 2 อย่างครับ:
1. For Bot: ให้ Google เก็บข้อมูลได้ครบถ้วน ไม่ตกหล่น
2. For User: ให้คนใช้งานเว็บได้ลื่นไหล โหลดไว และปลอดภัย


The SEO Hierarchy: พีระมิดแห่งความสำเร็จ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ผมอยากให้เพื่อน ๆ จินตนาการถึง "Maslow's Hierarchy of Needs" (ลำดับขั้นความต้องการ) แต่เป็นเวอร์ชันของ SEO ครับ

(ภาพจำลองพีระมิด SEO: ฐานล่างคือ Technical, ตรงกลางคือ Content, ยอดบนคือ Off-Page)

  1. ฐานล่างสุด (Technical SEO): "ความอยู่รอด" (Web must be crawled & indexed)
    * ถ้าฐานนี้พัง... ชั้นอื่น ๆ ก็พังหมดครับ

  2. ตรงกลาง (On-Page SEO): "เนื้อหา" (Content Quality)

  3. ยอดพีระมิด (Off-Page SEO): "ชื่อเสียง" (Authority/Backlinks)

8 Technical SEO Checklist (ฉบับปี 2026)

เรามาดูเช็คลิสต์ 8 ข้อสำคัญ ที่จะช่วยให้เว็บของคุณแข็งแรงตั้งแต่รากฐานครับ

1. ความเร็วของเว็บไซต์ (Page Speed & Core Web Vitals)

ปัจจัยอันดับ 1 ที่ฆ่าเว็บมานักต่อนักครับ ถ้าเว็บโหลดช้าเกิน 3 วินาที คนจะกดออกทันที (Bounce Rate พุ่ง) ซึ่ง Google เกลียดสิ่งนี้มาก

  • วิธีเช็ค: ใช้เครื่องมือ PageSpeed Insights วัดผลดูครับ
  • เป้าหมาย: ไม่จำเป็นต้องได้คะแนน 100 เต็ม (โดยเฉพาะเว็บที่มีรูปเยอะ ๆ) แต่ขอให้ Core Web Vitals (LCP, INP, CLS) ผ่านเกณฑ์เป็นสีเขียวก็พอครับ

2. Site Structure (โครงสร้างเว็บไซต์)

เว็บที่ดีต้องไม่เป็นเขาวงกตครับ ต้องวางผังให้ทั้งคนและบอทเดินง่าย

  • หลักการ: หน้าสำคัญไม่ควรอยู่ลึกเกินไป (User ไม่ควรคลิกเกิน 3 ครั้งจากหน้าแรกเพื่อไปถึง)
  • ตัวอย่าง: เว็บ E-commerce อย่าง Big C จะวางหมวดหมู่ชัดเจน Home > Category > Sub-category > Product เพื่อดักเก็บคีย์เวิร์ดทุกระดับ (Short-tail & Long-tail)

3. URL Structure (ชื่อลิงก์)

URL คือป้ายบอกทางครับ ต้องอ่านรู้เรื่องและสื่อความหมาย

  • domain.com/p=123 (บอทงง คนก็งง)
  • domain.com/category/dry-cat-food (ชัดเจน มีคีย์เวิร์ด)

4. Mobile Friendly (ต้องรองรับมือถือ)

ยุคนี้ Google ใช้ Mobile-First Indexing 100% แล้วครับ แปลว่า Google จะตัดสินอันดับจากหน้าเว็บเวอร์ชันมือถือเท่านั้น

  • เช็คด่วน: ตัวหนังสือเล็กไปไหม? ปุ่มกดบีบกันเกินไปหรือเปล่า? ถ้าเว็บยังไม่ Responsive ต้องแก้ทันทีครับ

5. SSL Connection (ความปลอดภัย)

สังเกตรูป "แม่กุญแจ" หน้า URL ครับ ถ้าเว็บใครยังเป็น http:// (ไม่มี s) Google จะขึ้นเตือนตัวแดงว่า "Not Secure" ไล่แขกทันที

  • Action: ติดตั้ง SSL Certificate ให้เป็น https:// วันนี้เลยครับ

6. Structured Data (Schema Markup) 🤖

ภาษาลับที่เอาไว้คุยกับบอทครับ ช่วยให้ Google เข้าใจว่าหน้านี้คืออะไร (เช่น สินค้า, รีวิว, สูตรอาหาร)

  • ผลลัพธ์: อาจได้โชว์ Rich Snippets (ดาวรีวิว, รูปภาพ, ราคา) เด่นหราบนหน้า Google Search
  • ตัวอย่าง: การใส่ JSON-LD เพื่อบอก Google ว่าหน้านี้คือรีวิวสินค้า
<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org/",
  "@type": "Product",
  "name": "iPhone 16 Pro Case",
  "review": {
    "@type": "Review",
    "reviewRating": {
      "@type": "Rating",
      "ratingValue": "4.5"
    }
  }
}
</script>

7. Robots.txt

ไฟล์ข้อความเล็ก ๆ ที่ทรงพลังมาก ใช้บอก Googlebot ว่า "ตรงไหนเข้าได้ ตรงไหนห้ามเข้า" (เช่น หน้า Admin ไม่ควรให้เข้า)

  • ข้อควรระวัง: ระวังอย่าเผลอไปสั่ง Disallow: / (ห้ามเข้าทั้งหมด) เชียวนะครับ ไม่งั้นเว็บหายจาก Google เกลี้ยง!

8. JavaScript Rendering (สำหรับเว็บสมัยใหม่)

ถ้าเว็บใครเขียนด้วย React, Vue, หรือ Angular ต้องระวังเรื่องนี้ครับ บางที Googlebot เข้ามาแล้วเห็นแต่ "หน้าจอขาว ๆ" เพราะโหลด JavaScript ไม่ทัน หรือโดนบล็อก

  • วิธีแก้: ต้องทำ Server-Side Rendering (SSR) หรือ Dynamic Rendering ช่วยครับ

ตารางสรุป: 8 เช็คลิสต์ Technical SEO พร้อมเครื่องมือตรวจสอบ

เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพรวมและเริ่มลงมือทำได้ทันที ผมสรุปทั้ง 8 ข้อมาให้ในตารางนี้ครับ

Checklist Item ความสำคัญ (Impact) เป้าหมายหลัก เครื่องมือที่ใช้เช็ก (Tools)
1. Page Speed 🔴 สูงมาก (Critical) โหลดเสร็จใน 3 วินาที (Core Web Vitals ผ่าน) PageSpeed Insights
2. Mobile Friendly 🔴 สูงมาก (Critical) แสดงผลบนมือถือสมบูรณ์ (ตัวหนังสือไม่อัดแน่น) Mobile-Friendly Test
3. SSL (HTTPS) 🔴 สูงมาก (Critical) มีแม่กุญแจ 🔒 และไม่ขึ้น Not Secure Browser Address Bar
4. Robots.txt 🔴 สูงมาก (Critical) ไม่บล็อกหน้าสำคัญ (No Disallow: /) domain.com/robots.txt
5. Site Structure 🟠 ปานกลาง (High) เข้าถึงหน้าสำคัญได้ใน 3 คลิก Screaming Frog / Visual Check
6. JavaScript 🟠 ปานกลาง (High) Google เห็นเนื้อหาครบเหมือนที่คนเห็น GSC (URL Inspection)
7. URL Structure 🟡 ทั่วไป (Medium) อ่านรู้เรื่อง มีคีย์เวิร์ด ไม่ยาวเกินไป Visual Check
8. Structured Data 🟡 ทั่วไป (Medium) ติด Rich Snippets (ดาว/รีวิว) Rich Results Test

Note: รายการที่มีสัญลักษณ์ 🔴 (Critical) คือส่วนที่ถ้าพัง เว็บอาจจะหายไปจาก Google หรือคนกดออกทันที ดังนั้นให้เริ่มแก้ที่จุดนี้ก่อนครับ!

สรุป

Technical SEO อาจดูมีศัพท์เทคนิคเยอะแยะ แต่หัวใจของมันมีแค่นี้ครับ:
"ทำให้ Google เจอเนื้อหาของเราง่ายที่สุด และทำให้คนใช้งานเว็บเรามีความสุขที่สุด"

ในบทต่อไป เราจะไปเจาะลึกกระบวนการทำงานของ Google ตั้งแต่เริ่ม Crawl ยัน Index เพื่อให้เราเข้าใจกลไกนี้อย่างถ่องแท้ครับ
ไปลุยกันต่อใน Ep 2: How Google Search Works: Crawling, Rendering, Indexing ครับ


อ้างอิงเพิ่มเติม: