เพื่อน ๆ อาจจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ...
อุตส่าห์ทำคอนเทนต์จนสมบูรณ์แบบ เขียนบทความยาวเหยียด หา Backlink มาอย่างดี แต่ทำไมเว็บก็ยังไม่ติดหน้าแรก Google เสียที? แถมคนเข้าเว็บก็น้อยลงเรื่อย ๆ?
บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ "เนื้อหา" แต่อยู่ที่ "รากฐาน" ครับ
เหมือนเราสร้าง "โรงแรม 5 ดาว" ไว้กลางป่าลึก แต่ลืมตัดถนนให้รถเข้ามาครับ ไม่มีถนน = ไม่มีคนเห็น = ไม่มีลูกค้า
Technical SEO คือการ "ตัดถนน" และ "วางรากฐาน" ที่ว่านั่นเองครับ
Technical SEO คืออะไร?
Technical SEO
คือ การปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ (Infrastructure) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูล (Crawl) และทำความเข้าใจเนื้อหา (Index) ได้ง่ายที่สุด
เป้าหมายมี 2 อย่างครับ:
1. For Bot: ให้ Google เก็บข้อมูลได้ครบถ้วน ไม่ตกหล่น
2. For User: ให้คนใช้งานเว็บได้ลื่นไหล โหลดไว และปลอดภัย
The SEO Hierarchy: พีระมิดแห่งความสำเร็จ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ผมอยากให้เพื่อน ๆ จินตนาการถึง "Maslow's Hierarchy of Needs" (ลำดับขั้นความต้องการ) แต่เป็นเวอร์ชันของ SEO ครับ
(ภาพจำลองพีระมิด SEO: ฐานล่างคือ Technical, ตรงกลางคือ Content, ยอดบนคือ Off-Page)
-
ฐานล่างสุด (Technical SEO): "ความอยู่รอด" (Web must be crawled & indexed)
* ถ้าฐานนี้พัง... ชั้นอื่น ๆ ก็พังหมดครับ -
ตรงกลาง (On-Page SEO): "เนื้อหา" (Content Quality)
- ยอดพีระมิด (Off-Page SEO): "ชื่อเสียง" (Authority/Backlinks)
8 Technical SEO Checklist (ฉบับปี 2026)
เรามาดูเช็คลิสต์ 8 ข้อสำคัญ ที่จะช่วยให้เว็บของคุณแข็งแรงตั้งแต่รากฐานครับ
1. ความเร็วของเว็บไซต์ (Page Speed & Core Web Vitals)
ปัจจัยอันดับ 1 ที่ฆ่าเว็บมานักต่อนักครับ ถ้าเว็บโหลดช้าเกิน 3 วินาที คนจะกดออกทันที (Bounce Rate พุ่ง) ซึ่ง Google เกลียดสิ่งนี้มาก
- วิธีเช็ค: ใช้เครื่องมือ PageSpeed Insights วัดผลดูครับ
- เป้าหมาย: ไม่จำเป็นต้องได้คะแนน 100 เต็ม (โดยเฉพาะเว็บที่มีรูปเยอะ ๆ) แต่ขอให้ Core Web Vitals (LCP, INP, CLS) ผ่านเกณฑ์เป็นสีเขียวก็พอครับ
2. Site Structure (โครงสร้างเว็บไซต์)
เว็บที่ดีต้องไม่เป็นเขาวงกตครับ ต้องวางผังให้ทั้งคนและบอทเดินง่าย
- หลักการ: หน้าสำคัญไม่ควรอยู่ลึกเกินไป (User ไม่ควรคลิกเกิน 3 ครั้งจากหน้าแรกเพื่อไปถึง)
- ตัวอย่าง: เว็บ E-commerce อย่าง Big C จะวางหมวดหมู่ชัดเจน
Home > Category > Sub-category > Productเพื่อดักเก็บคีย์เวิร์ดทุกระดับ (Short-tail & Long-tail)
3. URL Structure (ชื่อลิงก์)
URL คือป้ายบอกทางครับ ต้องอ่านรู้เรื่องและสื่อความหมาย
- ❌
domain.com/p=123(บอทงง คนก็งง) - ✅
domain.com/category/dry-cat-food(ชัดเจน มีคีย์เวิร์ด)
4. Mobile Friendly (ต้องรองรับมือถือ)
ยุคนี้ Google ใช้ Mobile-First Indexing 100% แล้วครับ แปลว่า Google จะตัดสินอันดับจากหน้าเว็บเวอร์ชันมือถือเท่านั้น
- เช็คด่วน: ตัวหนังสือเล็กไปไหม? ปุ่มกดบีบกันเกินไปหรือเปล่า? ถ้าเว็บยังไม่ Responsive ต้องแก้ทันทีครับ
5. SSL Connection (ความปลอดภัย)
สังเกตรูป "แม่กุญแจ" หน้า URL ครับ ถ้าเว็บใครยังเป็น http:// (ไม่มี s) Google จะขึ้นเตือนตัวแดงว่า "Not Secure" ไล่แขกทันที
- Action: ติดตั้ง SSL Certificate ให้เป็น
https://วันนี้เลยครับ
6. Structured Data (Schema Markup) 🤖
ภาษาลับที่เอาไว้คุยกับบอทครับ ช่วยให้ Google เข้าใจว่าหน้านี้คืออะไร (เช่น สินค้า, รีวิว, สูตรอาหาร)
- ผลลัพธ์: อาจได้โชว์ Rich Snippets (ดาวรีวิว, รูปภาพ, ราคา) เด่นหราบนหน้า Google Search
- ตัวอย่าง: การใส่ JSON-LD เพื่อบอก Google ว่าหน้านี้คือรีวิวสินค้า
<script type="application/ld+json">
{
"@context": "https://schema.org/",
"@type": "Product",
"name": "iPhone 16 Pro Case",
"review": {
"@type": "Review",
"reviewRating": {
"@type": "Rating",
"ratingValue": "4.5"
}
}
}
</script>
7. Robots.txt
ไฟล์ข้อความเล็ก ๆ ที่ทรงพลังมาก ใช้บอก Googlebot ว่า "ตรงไหนเข้าได้ ตรงไหนห้ามเข้า" (เช่น หน้า Admin ไม่ควรให้เข้า)
- ข้อควรระวัง: ระวังอย่าเผลอไปสั่ง
Disallow: /(ห้ามเข้าทั้งหมด) เชียวนะครับ ไม่งั้นเว็บหายจาก Google เกลี้ยง!
8. JavaScript Rendering (สำหรับเว็บสมัยใหม่)
ถ้าเว็บใครเขียนด้วย React, Vue, หรือ Angular ต้องระวังเรื่องนี้ครับ บางที Googlebot เข้ามาแล้วเห็นแต่ "หน้าจอขาว ๆ" เพราะโหลด JavaScript ไม่ทัน หรือโดนบล็อก
- วิธีแก้: ต้องทำ Server-Side Rendering (SSR) หรือ Dynamic Rendering ช่วยครับ
ตารางสรุป: 8 เช็คลิสต์ Technical SEO พร้อมเครื่องมือตรวจสอบ
เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพรวมและเริ่มลงมือทำได้ทันที ผมสรุปทั้ง 8 ข้อมาให้ในตารางนี้ครับ
| Checklist Item | ความสำคัญ (Impact) | เป้าหมายหลัก | เครื่องมือที่ใช้เช็ก (Tools) |
|---|---|---|---|
| 1. Page Speed | 🔴 สูงมาก (Critical) | โหลดเสร็จใน 3 วินาที (Core Web Vitals ผ่าน) | PageSpeed Insights |
| 2. Mobile Friendly | 🔴 สูงมาก (Critical) | แสดงผลบนมือถือสมบูรณ์ (ตัวหนังสือไม่อัดแน่น) | Mobile-Friendly Test |
| 3. SSL (HTTPS) | 🔴 สูงมาก (Critical) | มีแม่กุญแจ 🔒 และไม่ขึ้น Not Secure | Browser Address Bar |
| 4. Robots.txt | 🔴 สูงมาก (Critical) | ไม่บล็อกหน้าสำคัญ (No Disallow: /) |
domain.com/robots.txt |
| 5. Site Structure | 🟠 ปานกลาง (High) | เข้าถึงหน้าสำคัญได้ใน 3 คลิก | Screaming Frog / Visual Check |
| 6. JavaScript | 🟠 ปานกลาง (High) | Google เห็นเนื้อหาครบเหมือนที่คนเห็น | GSC (URL Inspection) |
| 7. URL Structure | 🟡 ทั่วไป (Medium) | อ่านรู้เรื่อง มีคีย์เวิร์ด ไม่ยาวเกินไป | Visual Check |
| 8. Structured Data | 🟡 ทั่วไป (Medium) | ติด Rich Snippets (ดาว/รีวิว) | Rich Results Test |
Note: รายการที่มีสัญลักษณ์ 🔴 (Critical) คือส่วนที่ถ้าพัง เว็บอาจจะหายไปจาก Google หรือคนกดออกทันที ดังนั้นให้เริ่มแก้ที่จุดนี้ก่อนครับ!
สรุป
Technical SEO อาจดูมีศัพท์เทคนิคเยอะแยะ แต่หัวใจของมันมีแค่นี้ครับ:
"ทำให้ Google เจอเนื้อหาของเราง่ายที่สุด และทำให้คนใช้งานเว็บเรามีความสุขที่สุด"
ในบทต่อไป เราจะไปเจาะลึกกระบวนการทำงานของ Google ตั้งแต่เริ่ม Crawl ยัน Index เพื่อให้เราเข้าใจกลไกนี้อย่างถ่องแท้ครับ
ไปลุยกันต่อใน Ep 2: How Google Search Works: Crawling, Rendering, Indexing ครับ
อ้างอิงเพิ่มเติม:
- Content Mastery: Technical SEO Checklist
- Google Search Central: Advanced SEO