LinkedIn เผย Traffic หายไปมากถึง 60% เพราะ AI Overviews

Sonthaya T.
Updated: Feb. 11, 2026
สารบัญ
กำลังโหลดสารบัญ...

LinkedIn  ออกมาเผยทาง Marketing Blog ของตัวเองว่า AI Overviews (SGE) ของ Google ทำให้ Traffic ในกลุ่ม Non-brand B2B awareness (คนที่ค้นหาความรู้ทั่วไป ไม่ได้ค้นชื่อแบรนด์) หายไปถึง 60% เลยครับ


ที่มาภาพ: Linkedin for Marketing Blog



ซึ่งทาง LinkedIn สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024 จนถึงปัจจุบัน

SEO Ranking ดี แต่คนไม่คลิก

ประเด็นคือ อันดับ SEO ยังดีอยู่ ไม่ได้ตก... แต่คนไม่คลิก เพราะ AI ตอบให้จบตั้งแต่หน้าแรกแล้ว แน่นอนว่ามันทำให้... CTR (Click-Through Rate) ดิ่งลงเหว

Zero-Click Search คือความจริงที่เกิดขึ้น ลูกค้าหาข้อมูล -> อ่านคำตอบจาก AI -> ได้คำตอบ -> จบ (ไม่เข้าเว็บเรา)

นอกจากนี้เครื่องมือวัดผลแบบเดิม (GA4, GSC) เริ่ม track ไม่เจอ เพราะมันกลายเป็น Dark Funnel หรือการมองเห็นที่ไม่ได้เกิดคลิก

แล้วทาง LinkedIn แก้เกมยังไง?
LinkedIn ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้ตั้งทีมพิเศษชื่อว่า AI Search Taskforce ขึ้นมาเพื่อรื้อกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยน Mindset จาก Search -> Click -> Website (แบบเดิม)
เปลี่ยนไปเป็น Be Seen -> Be Mentioned -> Be Chosen (แบบใหม่)

ทีนี้เรามาดูกลยุทธ์ใหม่ที่ LinkedIn ใช้

แก้คำผิดให้ AI
ไล่เช็คว่า AI เอาข้อมูล LinkedIn ไปตอบผิด ๆ หรือเปล่า แล้วรีบแก้ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือไว้

ปั้น Content ให้ AI รัก
เน้นทำ Content ที่ลึกและจริง (Authoritative & Fresh) โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เพราะ AI ชอบอ้างอิงข้อมูลที่มี Credit ชัดเจน ก็คือ EEAT นั่นแหละฮะ

ใช้ Social มาช่วยดัน
เทสต์การโพสต์บน LinkedIn เพื่อดูว่า Content แบบไหนที่ AI ชอบหยิบไปตอบ

ผลลัพธ์? ...ตอนนี้ LinkedIn กลายเป็นโดเมนที่ถูก AI อ้างอิง (Cite) เป็นอันดับ 2 รองจาก YouTube (ประมาณ 15% ของคำตอบ AI มีลิงก์ของ LinkedIn อยู่)

อ้าว....จบแบบ happy ending เฉย นึกว่าจะ drama lol

จากข่าวนี้ ผมสรุปทิศทางอนาคตให้เพื่อน ๆ 3 ข้อครับ

1. เลิกหวัง Traffic จาก Generic Keyword
พวกคำค้นหากว้าง ๆ เช่น "วิธีเขียน Resume" หรือ "Digital Marketing คือ" AI จะกินรวบหมด Traffic จะหายไปแน่นอนอันนี้ฟันธงเลยเด้อ

2. หนีไปเล่น "ของยาก"
เราต้องทำ Content ที่ AI ตอบไม่ได้ หรือตอบได้ไม่ลึกพอ เช่น ประสบการณ์จริง (Experience), ความเห็นส่วนตัว (Opinion), หรือข้อมูล Data เชิงลึกที่หาที่อื่นไม่ได้

3. Visibility > Clicks
ในยุคต่อไป เราอาจต้องยอมรับว่าคนจะเข้าเว็บน้อยลง แต่ถ้าแบรนด์เราไปโผล่ในคำตอบของ AI บ่อย ๆ (Share of Model) ลูกค้าจะจำเราได้ และสุดท้ายเขาจะค้นหาชื่อแบรนด์ของเราเพื่อมาซื้อของเองครับ

SEO ไม่ตาย แต่ท่าเดิมใช้ไม่ได้ผลแล้ว และจะโฟกัสแต่การคลิกอย่างเดียวไม่ได้ครับ การเพิ่ม visibility ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรละเลยครับ

อ้างอิง:

Sonthaya T.

Sonthaya T.

Author

ที่ปรึกษาด้าน Web & SEO สำหรับองค์กรและเจ้าของธุรกิจ ชอบออกแบบแนวทางและวิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เชื่อว่าความรู้คือหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดและจะติดตัวเราไปในทุกที่ หลงไหลในธรรมชาติ การเดินทาง เป็นพ่อของแงว ๆ อยู่หลายตัว เสพติดกาแฟ (อเมริกาโน่) และชอบการจิบเบียร์...ในบางครั้ง