ปัญหาคลาสสิกของคนยิงแอดคือ "รู้ว่ามีคนคลิก แต่ไม่รู้ว่าคลิกแล้วซื้อไหม?" ทำให้เราไม่กล้าอัดงบเพิ่ม หรือไม่กล้าปิด Keyword ที่มันกินเงินฟรี วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ มาติดตั้ง Google Ads Conversion Tracking ผ่าน GTM เพื่อให้เราเห็นค่า ROI (Return on Investment) แบบชัด ๆ กันครับ
Step 1: สร้าง Conversion Action ใน Google Ads
ก่อนจะไปที่ GTM เราต้องไปสร้าง "ตะกร้ารับข้อมูล" ที่บ้าน Google Ads ก่อนครับ
- เข้าไปที่ Google Ads คลิกที่เมนู Goals (เป้าหมาย) -> Conversions -> Summary
- กดปุ่ม + New conversion action
- เลือก Website
- ใส่ URL เว็บเราแล้วกด Scan (ระบบจะเช็คพื้นฐานให้)
- เลื่อนลงมาข้างล่าง เลือก + Add a conversion action manually
-
ตั้งค่าตามนี้ครับ:
* Goal Category: เลือก Contact (สำหรับปุ่มไลน์) หรือ Purchase (สำหรับตะกร้าสินค้า)
* Conversion Name: ตั้งชื่อ เช่น "Click Line Button"
* Value: เลือก "Don't use a value" (ถ้าเป็นการติดต่อ) หรือใส่ค่าเฉลี่ยไป -
กด Done และ Save and Continue
จุดสำคัญ: การดึงค่า ID และ Label
เมื่อสร้างเสร็จ ให้เลือกแท็บ Use Google Tag Manager ครับ เพื่อน ๆ จะเห็นรหัส 2 ชุดที่ต้องจดไว้:
- Conversion ID: (เช่น
123-456-7890) -> ใช้เหมือนกันทุก Action - Conversion Label: (เช่น
AbCdEfGhIjKlMnOpQr) -> เปลี่ยนไปตามแต่ละ Action
Step 2: ติดตั้ง Conversion Linker (พระเอกขี่ม้าขาว)
หลายคนตกม้าตายตรงนี้ครับ! การติดตั้ง Conversion Tracking จะไม่สมบูรณ์ถ้าขาด Conversion Linker
เนื่องจาก Browser ยุคใหม่ (โดยเฉพาะ Safari บน iPhone) มีการบล็อก Third-party Cookies อย่างหนัก ตัว Conversion Linker จะช่วยแปลงข้อมูลคลิกโฆษณาให้เป็น First-party Cookies เพื่อให้เรายังวัดผลได้แม่นยำอยู่ครับ
วิธีติดตั้ง:
- ใน GTM กด New Tag
- เลือกประเภท Conversion Linker
- Triggering: เลือก All Pages (ให้โหลดทุกหน้า)
- กด Save (ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม ง่ายสุด ๆ!)
Step 3: ติดตั้ง Google Ads Conversion Tag
คราวนี้เราจะเอา ID และ Label จาก Step 1 มาใส่ครับ
- สร้าง Tag ใหม่ เลือกประเภท Google Ads User-provided Data Event (ไม่ใช่ครับ! อันนี้มันเปลี่ยนชื่อบ่อย ให้เลือก Google Ads Conversion Tracking)
- Conversion ID: ใส่เลขที่จดมา
- Conversion Label: ใส่รหัสยึกยือที่จดมา
- Conversion Linker: ตรวจสอบว่ามันเลือก Tag Linker ที่เราสร้างใน Step 2 ให้หรือยัง (ปกติจะ Auto)
- Triggering: เลือก Trigger ตัวเดิมของเรา "Click - Line Button" (จาก Ep. 5)
- กด Save
Step 4: ทดสอบความชัวร์ (Debugging)
เหมือนเดิมครับ ห้ามเชื่อจนกว่าจะได้เทสต์
- กด Preview ใน GTM
- เข้าหน้าเว็บแล้วลอง กดปุ่มแอดไลน์
- กลับมาดูที่ Tag Assistant
- เช็คว่า Tag ที่ชื่อ
Google Ads Conversion - Click Lineขึ้นสถานะ Fired ไหม?
Pro Tip สำหรับ Google Ads: บางครั้งสถานะในหน้า Dashboard ของ Google Ads อาจจะขึ้นว่า "Unverified" อยู่สักพัก (อาจนานถึง 3-24 ชม.) ไม่ต้องตกใจครับ ถ้าใน GTM Fired แล้ว แปลว่าข้อมูลส่งไปแล้วแน่นอน รอระบบ Google Ads อัปเดตอย่างเดียวครับ
ตารางสรุป: ต้องใช้อะไรบ้าง?
| ข้อมูล | เอามาจากไหน? | ใช้ตอนไหน? |
|---|---|---|
| Conversion ID | Google Ads | ใส่ในทุก Conversion Tag |
| Conversion Label | Google Ads | ใส่เฉพาะ Action นั้นๆ (เช่น ปุ่มไลน์ กับ ปุ่มโทร จะคนละ Label) |
| Trigger | GTM (ที่สร้างไว้) | ตัวกำหนดว่าเมื่อไหร่คือนับ 1 Conversion |
สรุปบทเรียน
ตอนนี้เพื่อน ๆ มีระบบวัดผลที่ครบวงจรแล้วครับ:
- GA4: ไว้วิเคราะห์พฤติกรรมภาพรวม
- Facebook Pixel: ไว้ยิงแอด Retargeting
- Google Ads Conversion: ไว้วัด ROI ของ Search Ads
ในบทถัดไป (Ep. 8) เราจะเข้าสู่โหมด Advanced สำหรับสาย Technical กันแล้วครับ กับเรื่อง "Data Layer 101" หัวใจสำคัญที่จะทำให้เราส่งข้อมูล "ราคาสินค้า" หรือ "Dynamic Values" ได้แบบมือโปรครับ
Tip: เวลาตั้งชื่อ Conversion Label ใน GTM ผมแนะนำให้ใส่ชื่อ Label ต่อท้ายชื่อ Tag ไปด้วยครับ เช่น
GAds Conv - Click Line (AbCd...)เวลาแก้ทีหลังจะได้ไม่ต้องเปิดเข้าไปดูข้างในครับ — Son, WebMastery.dev