วิธีติดตั้ง Google Tag Manager และวางโครงสร้าง Account ที่ถูกต้อง

Last updated: February 15, 2026

หลังจากที่เรารู้จัก GTM กันไปแล้วในบทที่ผ่านมา วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ มาลงมือติดตั้ง GTM โดยไม่ใช่แค่การเอา Code ไปแปะแล้วจบ แต่การวางโครงสร้าง Account ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยให้เราจัดการหลาย ๆ เว็บไซต์ได้โดยไม่มึนหัวในอนาคตครับ

การวางโครงสร้าง Account (Hierarchy) แบบมือโปร

ก่อนจะสมัคร ผมอยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจลำดับชั้นของ GTM ก่อนครับ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ระดับหลัก ๆ ที่เราต้องเจอดังนี้

  • Account: เปรียบเสมือน "บริษัท" (โดยทั่วไป 1 บริษัท หรือ 1 เจ้าของ ควรมีแค่ 1 Account)
  • Container: เปรียบเสมือน "เว็บไซต์" (ใน 1 Account สามารถมีได้หลาย Container เช่น เว็บหลัก, เว็บพนักงาน, หรือ Landing Page แยกส่วน)

Step 1: เริ่มต้นสร้างบัญชี Google Tag Manager

  1. เข้าไปที่ tagmanager.google.com แล้ว Log-in ด้วย Google Account ของคุณ
    หน้าจอการสร้างบัญชี Google Tag Manager
    สร้างบัญชี Google Tag Manager

  2. คลิกปุ่ม "(สร้างบัญชี) Create Account" ที่มุมขวาบน

  3. Account Settings: ใส่ชื่อบริษัทของเรา (เช่น WebMastery Co., Ltd.) และเลือกประเทศ (ไทย)
  4. Container Setup: ตัว Container Name แนะนำให้ใส่เป็นชื่อโดเมน (เช่น webmastery.dev) เพื่อให้จำง่าย

    • Target Platform: สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป ให้เลือก Web

การสร้างบัญชีและ Container ใหม่ใน Google Tag Manager
ตัวอย่างขั้นตอนการสร้างบัญชี Google Tag Manager โดยกรอกชื่อ Account, เลือกประเทศ ตั้งชื่อ Container และเลือกแพลตฟอร์ม Website

  1. กด สร้าง (Create) และกดยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน (Service Agreement) ได้เลยครับ

การยอมรับข้อกำหนดการใช้งาน Google Tag Manager
หน้าจอยืนยันและยอมรับข้อกำหนดการใช้งานของ Google Tag Manager ก่อนเริ่มใช้งานระบบ


Step 2: วิธีติดตั้ง GTM Code ลงบนเว็บไซต์

เมื่อสร้างเสร็จ ระบบจะเด้งหน้าต่างที่มี Code มาให้ 2 ชุดครับ (ถ้าใครเผลอกดปิดไป ให้คลิกที่รหัส GTM-XXXXXXX สีฟ้าที่แถบเมนูด้านบนเพื่อเรียกดูใหม่ได้เน้อ)

ตัวอย่างโค้ดติดตั้ง Google Tag Manager
หน้าต่างแสดง Snippet Code ที่ต้องนำไปติดตั้งในเว็บไซต์

วิดีโอสาธิตขั้นตอนการคัดลอกและติดตั้ง GTM Install Code ลงในส่วน <head> และ <body> ของเว็บไซต์

1. สำหรับสาย Hard-coded (เขียนเว็บเอง)

ก๊อปปี้ Code ชุดบนไปวางไว้ในส่วน <head> ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และชุดล่างไว้หลังเปิดแท็ก <body> ทันทีครับ

โค้ดส่วน <head>
(วางไว้ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของ head)

<script>(function(w,d,s,l,i){w[l]=w[l]||[];w[l].push({'gtm.start':
new Date().getTime(),event:'gtm.js'});var f=d.getElementsByTagName(s)[0],
j=d.createElement(s),dl=l!='dataLayer'?'&l='+l:'';j.async=true;j.src=
'https://www.googletagmanager.com/gtm.js?id='+i+dl;f.parentNode.insertBefore(j,f);
})(window,document,'script','dataLayer','GTM-XXXXXXX');</script>

โค้ดส่วน <body>

(วางไว้บรรทัดแรกสุด ต่อจากแท็กเปิด body)

<noscript><iframe src="https://www.googletagmanager.com/ns.html?id=GTM-XXXXXXX"
height="0" width="0" style="display:none;visibility:hidden"></iframe></noscript>



Inspect ดู

ตัวอย่างการติดตั้ง Google Tag Manager บนเว็บไซต์
ตัวอย่างการตรวจสอบโค้ด Google Tag Manager ที่ติดตั้งจริงบนเว็บไซต์ผ่าน Chrome DevTools โดยเห็นสคริปต์ใน <head> และ <body> ครบถ้วน

ทำไมต้องวาง Code ชุดบนไว้สูงที่สุด?
เพราะเราต้องการให้ GTM เริ่มทำงานเร็วที่สุด เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรม User ได้ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มโหลดหน้าเว็บนั่นเองครับ — Son, webmastery.dev

วิดีโอสาธิตวิธีการตรวจสอบว่า GTM Code ถูกฝังอยู่บนหน้าเว็บไซต์เรียบร้อยแล้วหรือไม่ (Inspect Source)

2. สำหรับสาย WordPress (ใช้ Plugin)

หากเพื่อน ๆ ไม่ถนัดแก้ Code ผมแนะนำ Plugin ตัวท็อปที่คนทำ SEO และ Analytics นิยมที่สุดคือ "GTM4WP (Google Tag Manager for WordPress)" ครับ
* ติดตั้ง Plugin -> ใส่แค่ GTM ID (เช่น GTM-PWXXXX) -> เลือก Container Code เป็น On จบเลยครับ!


Step 3: วิธีตรวจสอบว่า GTM ทำงานถูกต้องหรือยัง?

ติดตั้งเสร็จแล้วเราก็ต้องเช็คเพื่อความชัวร์ก่อนนะครับ ด้วยเครื่องมือฟรีที่ชื่อว่า Tag Assistant

  1. ไปที่หน้าแรกของ GTM แล้วกดปุ่ม "Preview" ที่มุมขวาบน (ใครยังใช้ไม่เป็น อ่านวิธีใช้งาน GTM Preview Mode แบบเจาะลึกได้ที่ EP นี้ครับ)
  2. ใส่ URL เว็บไซต์ของเพื่อน ๆ แล้วกด Connect
  3. หน้าเว็บของเราจะเปิดขึ้นมาพร้อมหน้าต่างเล็ก ๆ มุมล่างว่า "Tag Assistant Connected"
  4. กลับมาดูที่หน้าต่าง Preview ของ GTM ถ้าเห็นชื่อ Container ของเราขึ้นสถานะ Connected แสดงว่าติดตั้งสำเร็จ 100% แล้วครับ

ตารางสรุป: Checklist การติดตั้ง GTM

จุดเช็ค สิ่งที่ต้องตรวจสอบ สถานะ
Header Check วาง Code ชุดที่ 1 ใน <head> สูงที่สุด [ ]
Body Check วาง Code ชุดที่ 2 หลังแท็ก <body> [ ]
Connection ทดสอบผ่าน Preview Mode แล้วขึ้น Connected [ ]
Single Source มั่นใจว่าไม่ได้วาง Code ซ้ำซ้อนกับ Plugin อื่น [ ]

สรุปบทเรียน

ในบทนี้เราได้ติดตั้ง "ตัวรับข้อมูล" หรือ Container ของ GTM ลงบนเว็บเรียบร้อยแล้วครับ นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราไม่ต้องยุ่งกับ Code หลังบ้านอีกต่อไปในบทเรียนหลังจากนี้

ในบทถัดไป (Ep. 3) เราจะมาเจาะลึก 3 หัวใจสำคัญที่จะทำให้เพื่อน ๆ ใช้งาน GTM ได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นคือ Tags, Triggers และ Variables ครับ เตรียมตัวให้พร้อมเน้อ!

Pro Tip: หากเพื่อน ๆ ทำ SEO ด้วย WordPress การใช้ Plugin GTM4WP ยังมีฟีเจอร์ช่วยส่งข้อมูล "Ecommerce Data" และ "Post Metadata" เข้า Data Layer ให้เราแบบอัตโนมัติด้วยนะ สะดวกสุด ๆ สำหรับสาย Analytics ครับ — Son, webmastery.dev