วัดผลการคลิกปุ่ม (Button Click Tracking) ทุกจุดบนเว็บ

Last updated: January 26, 2026

หลังจากที่เราติดตั้งและ Debug เป็นแล้วในบทก่อนหน้า วันนี้เราจะมาเข้าสู่ Workshop แรกที่สำคัญที่สุดครับ นั่นคือการ "วัดผลการคลิกปุ่ม"

ทำไมต้องวัดผลปุ่ม? เพราะในโลกธุรกิจ "การคลิก" คือสัญญาณของความสนใจ (Intent) ครับ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม "แอดไลน์", "โทรหาเรา" หรือ "สั่งซื้อสินค้า" ถ้าเรารู้ว่าใครคลิกปุ่มไหน เราจะรู้ทันทีว่าเว็บเราทำเงินได้จริงหรือไม่

บทนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปจับมือทำทีละขั้นตอน ตั้งแต่การหา ID ของปุ่ม ไปจนถึงส่งข้อมูลเข้า GA4 ครับ

Step 1: เปิดใช้งาน Click Variables (เปิดหูเปิดตาให้ GTM)

โดยค่าเริ่มต้น GTM จะไม่ได้เก็บข้อมูลการคลิกมาให้เราครับ เราต้องไป "เปิดสวิตช์" ก่อน เพื่อให้ GTM รู้จักตัวแปรที่เกี่ยวกับการคลิก

  1. ไปที่เมนู Variables ด้านซ้ายมือ
  2. ในส่วน Built-In Variables กดปุ่ม Configure
  3. เลื่อนลงมาหมวด Clicks แล้วติ๊กถูกให้หมดทุกช่องครับ
    * Click ID (สำคัญมาก)
    * Click Class
    * Click Text
    * Click URL
    * Click Target
    * Click Element

เมื่อติ๊กเสร็จแล้ว GTM จะพร้อมรับข้อมูลทันทีที่มีการคลิกเกิดขึ้นครับ

Step 2: หา "ตัวระบุตัวตน" ของปุ่มที่เราจะ Track

ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความเป็น Web Dev นิดนึงครับ เราต้องรู้ก่อนว่าปุ่มที่เราอยากวัดผลมีหน้าตา Code เป็นยังไง

  1. เปิดหน้าเว็บไซต์ของคุณ แล้วคลิกขวาที่ปุ่มที่ต้องการ (สมมติเป็นปุ่มแอดไลน์)
  2. เลือก Inspect (ตรวจสอบ)
  3. ดู Code ที่ Highlight ไว้ครับ ว่ามี id="..." หรือ class="..." หรือไม่

ตัวอย่าง Code ปุ่มบนหน้าเว็บ:

<button id="btn-add-line" class="social-button green">
  แอดไลน์เพื่อสอบถาม
</button>

จากตัวอย่างนี้ เราได้ข้อมูลสำคัญคือ:

  • Click ID: btn-add-line (แม่นยำที่สุด แนะนำให้ใช้อันนี้)
  • Click Class: social-button green
  • Click Text: แอดไลน์เพื่อสอบถาม

Step 3: สร้าง Trigger (ตั้งเงื่อนไขการดักจับ)

เมื่อเรารู้แล้วว่าเป้าหมายคือ ID btn-add-line เราก็มาสร้างกับดัก (Trigger) กันครับ

  1. ไปที่เมนู Triggers -> กด New
  2. Trigger Configuration: เลือกประเภท Click - All Elements
  3. เปลี่ยนจาก All Clicks เป็น Some Clicks
  4. ตั้งเงื่อนไขดังนี้:
    * Click ID -> equals -> btn-add-line

  5. ตั้งชื่อ Trigger ว่า Click - Line Button แล้วกด Save

Son's Note: ถ้าปุ่มของเพื่อน ๆ เป็นลิงก์ (Tag <a>) การเลือกประเภท Trigger เป็น Just Links จะทำงานได้ดีกว่า All Elements ครับ แต่ถ้าไม่ชัวร์ ใช้ All Elements ไว้ก่อนครับ ครอบคลุมสุด

Step 4: สร้าง Tag (ส่งข้อมูลไป GA4)

เมื่อดักจับการคลิกได้แล้ว ต่อไปคือการส่งข้อมูลนี้ไปบอก GA4 ครับ

  1. ไปที่เมนู Tags -> กด New
  2. Tag Configuration: เลือก Google Analytics: GA4 Event
  3. Measurement ID: ใส่เลข ID ของเรา (หรือเลือก Variable ที่เราสร้างไว้ใน Ep. 3)
  4. Event Name: ตั้งชื่อ Event ที่จะไปโชว์ใน Report (ห้ามเว้นวรรค) เช่น click_line_contact
  5. Triggering: เลือก Trigger Click - Line Button ที่เราสร้างไว้เมื่อกี้
  6. กด Save

Step 5: ทดสอบด้วย Preview Mode (ห้ามลืม!)

อย่างที่ย้ำกันเสมอครับ "ห้าม Publish ถ้ายังไม่ได้ Preview"

  1. กด Preview ใส่ URL เว็บเรา
  2. เมื่อหน้าเว็บเด้งขึ้นมา ให้ลอง คลิกปุ่มแอดไลน์ จริงๆ 1 ครั้ง
  3. กลับมาดูหน้า Tag Assistant
  4. ในหน้า Summary ด้านซ้าย คลิกที่เหตุการณ์ Click ล่าสุด
  5. ดูว่า Tag ที่ชื่อ GA4 Event - Click Line เด้งขึ้นมาอยู่ในช่อง Tags Fired หรือไม่?

ถ้าขึ้น Fired แปลว่าข้อมูลถูกส่งไป GA4 เรียบร้อยครับ! ยินดีด้วย คุณ Tracking ปุ่มแรกสำเร็จแล้ว!

ตารางสรุป: เลือกใช้ Variable ไหนดี?

เวลาจะ Track ปุ่ม เราควรเลือกใช้อะไรเป็นเกณฑ์ดี? ดูตารางนี้ครับ

Variable ความแม่นยำ เหมาะสำหรับ
Click ID สูงที่สุด (แนะนำ) ปุ่มที่มี ID ชัดเจน ไม่ซ้ำกับใคร
Click Text ปานกลาง ปุ่มที่ไม่มี ID แต่ข้อความไม่ค่อยเปลี่ยน (ระวังเว็บหลายภาษา)
Click Class ต่ำ ปุ่มที่ใช้ CSS Class ซ้ำๆ กันหลายที่ (เช่น ปุ่ม Read More)
Click URL สูง ปุ่มที่เป็น Link วิ่งไปหน้าเฉพาะเจาะจง

สรุปบทเรียน

ในบทนี้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้วิธีการเปลี่ยน "การกระทำบนหน้าเว็บ" ให้กลายเป็น "Data" เรียบร้อยแล้วครับ เทคนิคนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกปุ่ม ไม่ว่าจะเป็นปุ่มโทร, ปุ่ม Download PDF, หรือปุ่ม Play Video

ในบทถัดไป (Ep. 6) เราจะขยับไปสู่ Platform ยอดฮิตของแม่ค้าออนไลน์ นั่นคือการ "ติดตั้ง Facebook Pixel (Meta Pixel) ผ่าน GTM" เพื่อเตรียมตัวยิงแอดให้แม่นยำขึ้นครับ

Tip: หากปุ่มสำคัญบนเว็บของเพื่อน ๆ ยังไม่มี ID (เช่น <button class="btn">Click</button>) อย่าพยายามฝืนใช้ Class ที่ซ้ำกันครับ ให้เดินไปบอก Developer หรือแก้ Code เองโดยเติม id="unique-name" เข้าไป จะทำให้การ Tracking แม่นยำและยั่งยืนกว่ามากครับ — Son, WebMastery.dev