ยินดีด้วยครับหากเพื่อน ๆ ทำตามบทเรียนที่ 6 จนสำเร็จ ตอนนี้เราจะสามารถเก็บข้อมูล "พฤติกรรม" ที่ต้องการได้แล้ว
แต่คำถามคือ... ในบรรดาเหตุการณ์นับพันที่เกิดขึ้น อะไรคือ "ความสำเร็จ" ของธุรกิจเรา? ในบทนี้เราจะมาเปลี่ยน Event ปกติให้กลายเป็น Key Events (Conversion) เพื่อวัดผลกำไรกันครับ
Conversion vs Key Events: ทำความเข้าใจชื่อใหม่
ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Google ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเรียกในระบบ GA4
- Events: พฤติกรรมทั่วไป (คลิก, เลื่อนหน้าจอ, เปิดดูหน้าเว็บ)
- Key Events: พฤติกรรมสำคัญที่เป็นเป้าหมายธุรกิจ (เช่น การสั่งซื้อ, การกรอกฟอร์ม)
- Conversions: คำนี้จะถูกสงวนไว้ใช้ในรายงานที่เชื่อมต่อกับ Google Ads เพื่อใช้ในการประมวลผลการประมูลโฆษณา (Bidding)
"หัวใจของการทำธุรกิจคือการโฟกัสที่ Key Events เพราะมันคือสิ่งที่จะบอกว่าเงินที่คุณจ่ายไปกับการตลาดนั้น คุ้มค่าหรือไม่" — Son, webmastery.dev
วิธีตั้งค่า Key Events ใน GA4 (2 วิธีหลัก)
วิธีที่ 1: การเปิดสวิตช์จาก Event ที่มีอยู่แล้ว (ง่ายที่สุด)
หาก Event นั้นปรากฏในรายงานของ GA4 อยู่แล้ว (เช่น generate_lead หรือ line_click ที่เราทำในบทที่แล้ว):
- ไปที่ Admin > Data Display > Events
- มองหาชื่อ Event ที่ต้องการ
- เปิดสวิตช์ที่คอลัมน์ Mark as key event ให้เป็นสีฟ้า
- หมายเหตุ: ข้อมูลจะเริ่มนับเป็น Key Event ตั้งแต่วินาทีที่คุณเปิดเป็นต้นไป (ไม่ย้อนหลัง)
วิธีที่ 2: สร้าง Key Event ใหม่ล่วงหน้า
หากเราเพิ่งติดตั้ง Tag ใน GTM และไม่อยากรอให้ข้อมูลโผล่มาในหน้ารายงาน
- ไปที่ Admin > Data Display > Key Events
- คลิกปุ่ม New key event
- พิมพ์ชื่อ Event ให้ "ตรงกันทุกตัวอักษร" กับที่ตั้งไว้ใน GTM (เช่น line_click)
- กด Save
การสร้าง Conversion จาก "Parameter" (ขั้นสูง)
บางครั้งเราไม่ได้อยากให้ "ทุกการคลิก" เป็น Conversion แต่ต้องการเฉพาะบางเงื่อนไข เช่น เฉพาะคนที่คลิกปุ่ม Line ในหน้า "ติดต่อเรา" เท่านั้น
ขั้นตอนการทำ:
- ไปที่ Admin > Data Display > Events
- กด Create event -> Create
- ตั้งชื่อ Event ใหม่ เช่น line_contact_success
- ตั้งเงื่อนไข (Matching Conditions):
* event_name equals line_click
* page_location contains /contact-us/ - เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ให้นำชื่อ line_contact_success ไปเปิดเป็น Key Event ตามวิธีที่ 2 ครับ
ตารางตรวจสอบ: อะไรควรตั้งเป็น Key Event?
| ประเภทธุรกิจ | ตัวอย่าง Key Events ที่แนะนำ |
|---|---|
| E-commerce | purchase (ซื้อสินค้า), add_to_cart (หยิบใส่ตะกร้า) |
| Lead Generation (B2B) | generate_lead (กรอกฟอร์ม), line_click (ทักไลน์) |
| Content / Blog | view_promotion (ดูแบนเนอร์โฆษณา), newsletter_signup |
| Service Provider | book_appointment (จองคิวออนไลน์) |
การตรวจสอบผลลัพธ์
หลังจากตั้งค่าแล้ว สามารถเข้าไปดูความสำเร็จได้ที่
- Reports > Engagement > Key events: เพื่อดูว่าแต่ละเป้าหมายเกิดขึ้นกี่ครั้ง
- Advertising > Attribution > Conversion paths: เพื่อดูว่าคนเห็นโฆษณาหรือช่องทางไหนบ้างก่อนที่จะตัดสินใจทำ Key Event นั้น
ๆ
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม (Official Links)
- Set up and manage key events - คู่มือทางการจาก Google
- GA4 Attribution Models - ทำความเข้าใจการให้เครดิตช่องทางต่างๆ
สรุปบทเรียน
การตั้งค่า Key Events คือการบอกให้ GA4 รู้ว่า "เป้าหมาย" ของเราคืออะไร เพื่อให้ระบบสามารถคำนวณอัตราความสำเร็จ (Conversion Rate) และช่วยเราวิเคราะห์ ROI ได้อย่างแม่นยำครับ ในบทต่อไปเราจะมาดูเคสที่เจาะลึกขึ้นอย่าง การวัดผลฟอร์มติดต่อ ครับ