E-E-A-T Signals สร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) หัวใจสำคัญของการติดอันดับยุคใหม่

Last updated: January 28, 2026

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI เขียนบทความได้ ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจึงล้นทะลัก (Content Explosion) คำถามคือ... Google จะรู้ได้ยังไงว่าควรเชื่อใคร?

สมมติเพื่อน ๆ ป่วยและค้นหาวิธีรักษา Google จะกล้าแนะนำบทความที่เขียนโดย AI หรือใครก็ไม่รู้ไหมครับ? แน่นอนว่าไม่! Google ต้องเลือกบทความจาก "คุณหมอ" หรือ "ผู้มีประสบการณ์จริง" เท่านั้นแหละครับ

นี่คือที่มาของ E-E-A-T ระบบคัดกรองความน่าเชื่อถือที่ Google ให้ความสำคัญที่สุดในปี 2026 ครับ

E-E-A-T คืออะไร?

E-E-A-T ย่อมาจาก Experience (ประสบการณ์), Expertise (ความเชี่ยวชาญ), Authoritativeness (ความเป็นเจ้าตลาด), และ Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ)

ปล. มันไม่ใช่ Algorithm ที่วัดเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ แต่เป็นแนวทาง (Guidelines) ที่ Google ใช้สอนพนักงาน (Quality Raters) ให้ประเมินว่าเว็บไหนควรติดหน้าแรก

YMYL? (Your Money Your Life)

ก่อนจะไปดู 4 ตัวอักษร เพื่อน ๆ ต้องรู้ก่อนว่าเว็บเราจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม?
Google เรียกกลุ่มนี้ว่า YMYL (Your Money Your Life) คือเว็บที่มีเนื้อหา "กระทบต่อเงินในกระเป๋า หรือชีวิตและสุขภาพของผู้คน"

ถ้าเว็บเพื่อน ๆ อยู่ในกลุ่มนี้ Google จะเข้มงวดเรื่อง E-E-A-T แบบสุด ๆ ครับ (ถ้าไม่ผ่าน คือไม่ติดอันดับเลย)

ตารางที่ 1: เว็บเราเข้าข่าย YMYL หรือไม่?

กลุ่มเนื้อหา ตัวอย่างหัวข้อ ระดับความเข้มงวดของ Google
สุขภาพ (Health) โรค, ยา, สุขภาพจิต, โภชนาการ สูงสุด (ต้องเขียนโดยแพทย์/ผู้เชี่ยวชาญ)
การเงิน (Finance) กู้เงิน, ลงทุน, ประกัน, ภาษี สูงสุด (ต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน)
กฎหมาย/ข่าว (Civics) กฎหมาย, สิทธิมนุษยชน, ข่าวสารบ้านเมือง สูงสุด
ช้อปปิ้ง (Ecommerce) ซื้อของออนไลน์, การจ่ายเงิน ปานกลาง-สูง (ต้องมีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย)
งานอดิเรก (Hobbies) เกม, แต่งสวน, บันเทิง ทั่วไป (เน้นประสบการณ์จริงมากกว่าวุฒิ)

เจาะลึก 4 เสาหลัก E-E-A-T

1. Experience (ประสบการณ์) ตัวใหม่ล่าสุด

Google เพิ่มตัว E ตัวแรกเข้ามาเพื่อสู้กับ AI ครับ เพราะ AI "ไม่มีประสบการณ์"

  • คืออะไร: ผู้เขียนเคยใช้สินค้านั้นจริงไหม? เคยไปเที่ยวนั้นจริงไหม?
  • วิธีทำ: ใช้รูปถ่ายจริงของตัวเอง, เล่าเหตุการณ์ที่เจอมากับตัว, ใช้คำว่า "ผม/ฉัน รู้สึกว่า..."
  • ตัวอย่าง: "รีวิว iPhone 16 จากการใช้งานจริง 1 เดือน" (ดีกว่าบทความสเปคเครื่องเฉย ๆ)

2. Expertise (ความเชี่ยวชาญ)

  • คืออะไร: ผู้เขียนมีความรู้ลึกซึ้งในเรื่องนั้นไหม?
  • วิธีทำ: โชว์ใบรับรอง (Certificate), วุฒิการศึกษา, หรือประวัติการทำงานในหน้า Author Bio
  • ตัวอย่าง: บทความการเงิน เขียนโดย "ที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาต"

3. Authoritativeness (ความเป็นเจ้าตลาด/ผู้มีอิทธิพล)

  • คืออะไร: คนในวงการยอมรับเว็บนี้ไหม? มีใครอ้างอิงถึงบ้าง?
  • วิธีทำ: การได้ Backlink จากเว็บใหญ่ ๆ (เช่น Wikipedia, เว็บข่าว, เว็บมหาลัย), การถูกพูดถึงใน Social Media
  • ตัวอย่าง: ถ้าพูดถึงเรื่อง "แต่งบ้าน" ทุกคนนึกถึง "บ้านและสวน" (นี่คือ Authority)

4. Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) หัวใจสำคัญ

ตัว T คือจุดศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดครับ ถ้า 3 ข้อบนดีแต่เว็บดู "ไม่น่าไว้ใจ" ก็จบเห่

  • คืออะไร: เว็บปลอดภัยไหม? มีตัวตนจริงไหม? ติดต่อได้ไหม?
  • วิธีทำ: ใช้ HTTPS, มีหน้า Privacy Policy, มีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์จริงระบุชัดเจน

Action Plan: วิธีเพิ่ม E-E-A-T ให้เว็บไซต์

เรามาดูสิ่งที่เพื่อน ๆ ทำได้ทันทีเพื่ออัปเกรดเว็บให้ดู Pro ครับ

1. สร้างหน้า "เกี่ยวกับเรา" (About Us) ที่จริงจัง

อย่าปล่อยให้หน้านี้ว่าง หรือมีแค่ Text สั้น ๆ

  • ใส่ Story ของแบรนด์
  • ใส่รูปทีมงาน/ผู้ก่อตั้ง (รูปจริง ไม่เอา Stock Photo)
  • ใส่ที่อยู่บริษัท และช่องทางติดต่อ (Google Map)

2. ปรับปรุง Author Bio (กล่องผู้เขียน)

ทุกบทความควรระบุว่า "ใครเขียน" ครับ (เลิกใช้ admin, editor ได้แล้ว) และควรทำ Author Schema (Technical SEO) เพื่อบอก Google Bot ด้วย

<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Person",
  "name": "Sonthaya T.",
  "jobTitle": "SEO Specialist & Web Developer",
  "url": "https://webmastery.dev/author/son",
  "sameAs": [
    "https://www.linkedin.com/in/sonthaya",
    "https://twitter.com/sonthaya"
  ]
}
</script>

3. อ้างอิงแหล่งข้อมูล (Citation)

ถ้าเขียนบทความวิชาการ ควรมีลิงก์อ้างอิง (Outbound Link) ไปหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (เช่น เว็บโรงพยาบาล, งานวิจัย) เพื่อโชว์ว่าเราค้นคว้ามาจริง ไม่ได้นั่งเทียนเขียน

4. สะสมรีวิว (Reviews & Testimonials)

สำหรับเว็บขายของ/บริการ รีวิวจากลูกค้าคือ Trust Signal ที่ดีที่สุดครับ พยายามดึงรีวิวมาโชว์บนหน้าเว็บ หรือทำระบบดึงดาวจาก Google Maps/Facebook มาแสดง


E-E-A-T vs AI Content (ใครจะชนะ?)

ในปี 2026 เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่า "ใช้ ChatGPT เขียนบทความได้ไหม?"
คำตอบคือ ได้ครับ แต่ต้องมีมนุษย์กำกับ (Human in the loop)

Google ไม่ได้แบน AI Content (ตราบใดที่มีคุณภาพ) แต่ Google จะให้คะแนน E-E-A-T ต่ำ ถ้าบทความนั้นขาด "Experience" (ประสบการณ์ส่วนตัว)

ตารางที่ 2: เปรียบเทียบ AI vs Human Content ในมุม E-E-A-T

ปัจจัย AI เขียนล้วน ๆ (Generic) มนุษย์เขียน + ประสบการณ์ (E-E-A-T)
ข้อมูล (Facts) แม่นยำ (แต่อาจไม่อัปเดต) แม่นยำ + มีมุมมองวิเคราะห์
อารมณ์/ความรู้สึก ไม่มี (แห้งแล้ง) มี (เข้าถึงอารมณ์คนอ่าน)
หลักฐานการใช้จริง ไม่มี มี (รูปถ่าย, วิดีโอ, ความเห็นส่วนตัว)
โอกาสติดอันดับ ต่ำ (ถ้าไม่ปรับแต่ง) สูง (Google ชอบของจริง)

สรุป

E-E-A-T คือ "เกราะป้องกัน" ที่ดีที่สุดของเพื่อน ๆ ในการสู้กับคลื่นเนื้อหาขยะจาก AI ครับ
จำไว้ว่า: "ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ ต้องหาจากตัวจริงเท่านั้น"

จงทำตัวเป็น Expert ในสายงานของตัวเอง แล้ว Google จะตอบแทนด้วย Traffic คุณภาพครับ

ในบทต่อไป เมื่อบ้านเราน่าเชื่อถือแล้ว (On-Page & Trust) ถึงเวลาที่เราต้องออกไปสร้างชื่อเสียงข้างนอกบ้านกันบ้าง ใน Ep 8: Off-Page SEO & Link Building Strategy ครับ


อ้างอิงเพิ่มเติม

  • Google Search Quality Evaluator Guidelines
  • Google Search Central: Creating helpful, reliable, people-first content