ในยุคที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI เขียนบทความได้ ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจึงล้นทะลัก (Content Explosion) คำถามคือ... Google จะรู้ได้ยังไงว่าควรเชื่อใคร?
สมมติเพื่อน ๆ ป่วยและค้นหาวิธีรักษา Google จะกล้าแนะนำบทความที่เขียนโดย AI หรือใครก็ไม่รู้ไหมครับ? แน่นอนว่าไม่! Google ต้องเลือกบทความจาก "คุณหมอ" หรือ "ผู้มีประสบการณ์จริง" เท่านั้นแหละครับ
นี่คือที่มาของ E-E-A-T ระบบคัดกรองความน่าเชื่อถือที่ Google ให้ความสำคัญที่สุดในปี 2026 ครับ
E-E-A-T คืออะไร?
E-E-A-T ย่อมาจาก Experience (ประสบการณ์), Expertise (ความเชี่ยวชาญ), Authoritativeness (ความเป็นเจ้าตลาด), และ Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ)
ปล. มันไม่ใช่ Algorithm ที่วัดเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ แต่เป็นแนวทาง (Guidelines) ที่ Google ใช้สอนพนักงาน (Quality Raters) ให้ประเมินว่าเว็บไหนควรติดหน้าแรก
YMYL? (Your Money Your Life)
ก่อนจะไปดู 4 ตัวอักษร เพื่อน ๆ ต้องรู้ก่อนว่าเว็บเราจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม?
Google เรียกกลุ่มนี้ว่า YMYL (Your Money Your Life) คือเว็บที่มีเนื้อหา "กระทบต่อเงินในกระเป๋า หรือชีวิตและสุขภาพของผู้คน"
ถ้าเว็บเพื่อน ๆ อยู่ในกลุ่มนี้ Google จะเข้มงวดเรื่อง E-E-A-T แบบสุด ๆ ครับ (ถ้าไม่ผ่าน คือไม่ติดอันดับเลย)
ตารางที่ 1: เว็บเราเข้าข่าย YMYL หรือไม่?
| กลุ่มเนื้อหา | ตัวอย่างหัวข้อ | ระดับความเข้มงวดของ Google |
|---|---|---|
| สุขภาพ (Health) | โรค, ยา, สุขภาพจิต, โภชนาการ | สูงสุด (ต้องเขียนโดยแพทย์/ผู้เชี่ยวชาญ) |
| การเงิน (Finance) | กู้เงิน, ลงทุน, ประกัน, ภาษี | สูงสุด (ต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน) |
| กฎหมาย/ข่าว (Civics) | กฎหมาย, สิทธิมนุษยชน, ข่าวสารบ้านเมือง | สูงสุด |
| ช้อปปิ้ง (Ecommerce) | ซื้อของออนไลน์, การจ่ายเงิน | ปานกลาง-สูง (ต้องมีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย) |
| งานอดิเรก (Hobbies) | เกม, แต่งสวน, บันเทิง | ทั่วไป (เน้นประสบการณ์จริงมากกว่าวุฒิ) |
เจาะลึก 4 เสาหลัก E-E-A-T
1. Experience (ประสบการณ์) ตัวใหม่ล่าสุด
Google เพิ่มตัว E ตัวแรกเข้ามาเพื่อสู้กับ AI ครับ เพราะ AI "ไม่มีประสบการณ์"
- คืออะไร: ผู้เขียนเคยใช้สินค้านั้นจริงไหม? เคยไปเที่ยวนั้นจริงไหม?
- วิธีทำ: ใช้รูปถ่ายจริงของตัวเอง, เล่าเหตุการณ์ที่เจอมากับตัว, ใช้คำว่า "ผม/ฉัน รู้สึกว่า..."
- ตัวอย่าง: "รีวิว iPhone 16 จากการใช้งานจริง 1 เดือน" (ดีกว่าบทความสเปคเครื่องเฉย ๆ)
2. Expertise (ความเชี่ยวชาญ)
- คืออะไร: ผู้เขียนมีความรู้ลึกซึ้งในเรื่องนั้นไหม?
- วิธีทำ: โชว์ใบรับรอง (Certificate), วุฒิการศึกษา, หรือประวัติการทำงานในหน้า Author Bio
- ตัวอย่าง: บทความการเงิน เขียนโดย "ที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาต"
3. Authoritativeness (ความเป็นเจ้าตลาด/ผู้มีอิทธิพล)
- คืออะไร: คนในวงการยอมรับเว็บนี้ไหม? มีใครอ้างอิงถึงบ้าง?
- วิธีทำ: การได้ Backlink จากเว็บใหญ่ ๆ (เช่น Wikipedia, เว็บข่าว, เว็บมหาลัย), การถูกพูดถึงใน Social Media
- ตัวอย่าง: ถ้าพูดถึงเรื่อง "แต่งบ้าน" ทุกคนนึกถึง "บ้านและสวน" (นี่คือ Authority)
4. Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) หัวใจสำคัญ
ตัว T คือจุดศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดครับ ถ้า 3 ข้อบนดีแต่เว็บดู "ไม่น่าไว้ใจ" ก็จบเห่
- คืออะไร: เว็บปลอดภัยไหม? มีตัวตนจริงไหม? ติดต่อได้ไหม?
- วิธีทำ: ใช้ HTTPS, มีหน้า Privacy Policy, มีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์จริงระบุชัดเจน
Action Plan: วิธีเพิ่ม E-E-A-T ให้เว็บไซต์
เรามาดูสิ่งที่เพื่อน ๆ ทำได้ทันทีเพื่ออัปเกรดเว็บให้ดู Pro ครับ
1. สร้างหน้า "เกี่ยวกับเรา" (About Us) ที่จริงจัง
อย่าปล่อยให้หน้านี้ว่าง หรือมีแค่ Text สั้น ๆ
- ใส่ Story ของแบรนด์
- ใส่รูปทีมงาน/ผู้ก่อตั้ง (รูปจริง ไม่เอา Stock Photo)
- ใส่ที่อยู่บริษัท และช่องทางติดต่อ (Google Map)
2. ปรับปรุง Author Bio (กล่องผู้เขียน)
ทุกบทความควรระบุว่า "ใครเขียน" ครับ (เลิกใช้ admin, editor ได้แล้ว) และควรทำ Author Schema (Technical SEO) เพื่อบอก Google Bot ด้วย
<script type="application/ld+json">
{
"@context": "https://schema.org",
"@type": "Person",
"name": "Sonthaya T.",
"jobTitle": "SEO Specialist & Web Developer",
"url": "https://webmastery.dev/author/son",
"sameAs": [
"https://www.linkedin.com/in/sonthaya",
"https://twitter.com/sonthaya"
]
}
</script>
3. อ้างอิงแหล่งข้อมูล (Citation)
ถ้าเขียนบทความวิชาการ ควรมีลิงก์อ้างอิง (Outbound Link) ไปหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (เช่น เว็บโรงพยาบาล, งานวิจัย) เพื่อโชว์ว่าเราค้นคว้ามาจริง ไม่ได้นั่งเทียนเขียน
4. สะสมรีวิว (Reviews & Testimonials)
สำหรับเว็บขายของ/บริการ รีวิวจากลูกค้าคือ Trust Signal ที่ดีที่สุดครับ พยายามดึงรีวิวมาโชว์บนหน้าเว็บ หรือทำระบบดึงดาวจาก Google Maps/Facebook มาแสดง
E-E-A-T vs AI Content (ใครจะชนะ?)
ในปี 2026 เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่า "ใช้ ChatGPT เขียนบทความได้ไหม?"
คำตอบคือ ได้ครับ แต่ต้องมีมนุษย์กำกับ (Human in the loop)
Google ไม่ได้แบน AI Content (ตราบใดที่มีคุณภาพ) แต่ Google จะให้คะแนน E-E-A-T ต่ำ ถ้าบทความนั้นขาด "Experience" (ประสบการณ์ส่วนตัว)
ตารางที่ 2: เปรียบเทียบ AI vs Human Content ในมุม E-E-A-T
| ปัจจัย | AI เขียนล้วน ๆ (Generic) | มนุษย์เขียน + ประสบการณ์ (E-E-A-T) |
|---|---|---|
| ข้อมูล (Facts) | แม่นยำ (แต่อาจไม่อัปเดต) | แม่นยำ + มีมุมมองวิเคราะห์ |
| อารมณ์/ความรู้สึก | ไม่มี (แห้งแล้ง) | มี (เข้าถึงอารมณ์คนอ่าน) |
| หลักฐานการใช้จริง | ไม่มี | มี (รูปถ่าย, วิดีโอ, ความเห็นส่วนตัว) |
| โอกาสติดอันดับ | ต่ำ (ถ้าไม่ปรับแต่ง) | สูง (Google ชอบของจริง) |
สรุป
E-E-A-T คือ "เกราะป้องกัน" ที่ดีที่สุดของเพื่อน ๆ ในการสู้กับคลื่นเนื้อหาขยะจาก AI ครับ
จำไว้ว่า: "ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ ต้องหาจากตัวจริงเท่านั้น"
จงทำตัวเป็น Expert ในสายงานของตัวเอง แล้ว Google จะตอบแทนด้วย Traffic คุณภาพครับ
ในบทต่อไป เมื่อบ้านเราน่าเชื่อถือแล้ว (On-Page & Trust) ถึงเวลาที่เราต้องออกไปสร้างชื่อเสียงข้างนอกบ้านกันบ้าง ใน Ep 8: Off-Page SEO & Link Building Strategy ครับ
อ้างอิงเพิ่มเติม
- Google Search Quality Evaluator Guidelines
- Google Search Central: Creating helpful, reliable, people-first content