ข้ามไปยังเนื้อหาบทเรียน

SEO Keyword Research การวิเคราะห์หาคีย์เวิร์ดที่ใช่ ไม่หลงทาง

Sonthaya T. อัปเดต 3 Jul 2026 139 ครั้ง

Keyword Research คืออะไร

Keyword Research (การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด) คือกระบวนการวิเคราะห์และค้นหาคำสำคัญ หรือคีย์เวิร์ด ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในการสร้างเนื้อหาหรือทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสุดในการทำ SEO เพราะว่าจะทำให้เราทำเว็บและสร้างคอนเทนต์อย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ

ทำไม Keyword Research ถึงสำคัญมาก?

การทำ Keyword Research เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการพัฒนาและสร้างเว็บไซต์ เนื่องจากมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO และการติดอันดับในการค้นหาของเว็บไซต์

ดังนั้น การวิเคราะห์และเลือกคำสำคัญ หรือ Keyword ที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และประสิทธิภาพที่ดี นำคนเข้าเว็บไซต์ของเราได้เพิ่มขึ้นและตรงกลุ่มนั่นเอง

โดยผมขอลิสต์ออกมาเป็น 3 ข้อหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1. ช่วยให้เราทำคอนเทนต์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

การทำ Keyword Research จะช่วยให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเราว่าเป็นใคร เราควรจะทำคอนเทนต์รูปแบบไหนเพื่อให้ตรงประเด็นหรือมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่เราจะสื่อสารออกไปให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายของเราคือ “ทาสแมว” เราก็ควรที่จะหาคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกับแมว วิธีการเลี้ยงและดูแลแมว อาหารแมว สิ่งของหรือไอเท็มต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับแมว

2. ช่วยให้ได้เปรียบทางการแข่งขัน

Keyword Research จะทำให้เราสามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจกลยุทธ์คีย์เวิร์ดของคู่แข่งได้ ดังภาษิตที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

ดังนั้นเราจะค้นพบช่องว่างและโอกาสอีกมากมายเลยครับ

3. ช่วยให้เราทำ SEO อย่างมีทิศทาง

ถ้าหากเราไม่วิเคราะห์หาคีย์เวิร์ดที่ดีและเหมาะสมก่อน จะกลายเป็นว่าเรากำลังทำ SEO แบบไร้ทิศทาง

เพราะเราจะไม่มีทางรู้ได้ว่าคอนเทนต์ของเรา เช่น บทความที่กำลังเขียน มีคีย์เวิร์ดที่คนค้นหามากน้อยแค่ไหน

เขียนบทความดี คอนเทนต์แจ่ม แต่คนเสิร์ชคีย์เวิร์ดนั้นไม่ถึง 10 ครั้งต่อเดือน หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีคนค้นหาเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดนั้น ๆ แบบนี้เท่ากับว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หรือลงทุนสูญเปล่านั่นเองครับ

ภาพรวมกระบวนการทำ Keyword Research
ความสำคัญของการทำ Keyword Research (Image Source: Ahrefs)

ประเภทของ Keyword

เมื่อรู้ความสำคัญของการทำ Keyword Research แล้ว ต่อมาเราจะมาดูครับว่า คีย์เวิร์ดในทาง SEO นั้นมีกี่ประเภท

จริง ๆ แล้วก็มีคีย์เวิร์ดอยู่มากมายหลากหลายประเภท แต่คีย์เวิร์ดที่มือใหม่ที่เริ่มต้นทำ SEO ควรรู้ไว้ก่อน โดยหลัก ๆ แล้วจะมี 3 ประเภท คือ

  1. Seed หรือ Root Keyword: คือคีย์เวิร์ดที่สั้นและมีปริมาณการค้นหา หรือ Search Volume สูง
  2. Long-tail Keyword: คือคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง แน่นอนว่ามีขนาดความยาวของคำและมีความเจาะจงมากกว่าแบบ Root Keyword แต่ Search Volume ก็จะต่ำกว่า
  3. LSI Keywords (Latent Semantic Indexing): คือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงกันกับคีย์เวิร์ดหลัก เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจบริบทของหน้าเว็บหรือคอนเทนต์ของเรามากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างคีย์เวิร์ด “คอนโด” เราสามารถลิสต์ LSI Keywords ออกมาได้ เช่น อาคารชุด ห้องพักติดรถไฟฟ้า ที่พักอาศัยในกรุงเทพ เป็นต้น
Root Keyword Long-tail Keyword
รถยนต์ (40k) รถยนต์มือสอง ราคาถูก สภาพดี (2.6k)
คอนโด (28k) คอนโด เชียงใหม่ (900)
โรงแรม (26k) โรงแรม อุบล (2.9k)
แมว (179k) แมวสลิด นิสัย (150)

Note: ในวงเล็บคือ Search Volume หรือปริมาณการค้นหาต่อเดือน

ตัวอย่าง Short-tail Keywords และ Long-tail Keywords
ตัวอย่างความแตกต่างระหว่าง Short-tail Keywords และ Long-tail Keywords

ข้อควรพิจารณาในการทำ Keyword Research

เมื่อเรารู้แล้วว่าคีย์เวิร์ดนั้นสำคัญอย่างไร ต่อมาจะเป็นการเริ่มต้นทำ Keyword Research โดยมี 3 สิ่งหลัก ๆ ที่เราควรพิจารณาดังต่อไปนี้

1. Relevance (ความเกี่ยวข้อง)

อย่างที่ได้กล่าวไปในช่วงเริ่มต้นว่า การทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ชนั้น จำเป็นต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือธุรกิจของเราให้มากที่สุด

2. Search Volume (จำนวนการค้นหาต่อเดือน)

เราต้องรู้ก่อนครับว่าคนค้นหาคำนี้มากน้อยแค่ไหนต่อเดือน

คำถามคือเราจะรู้ได้อย่างไร ก็แน่นอนครับว่าเราจะใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย ตัวอย่างเครื่องมือที่นิยมคือ Ubersuggest โดยเครื่องมือตัวนี้จะทำให้เรารู้ Search Volume ได้ครับ

3. Keyword Difficulty (การแข่งขันของคีย์เวิร์ดนี้)

เมื่อรู้จำนวน Search Volume แล้วว่ามีคนค้นหาคำนี้มากน้อยแค่ไหน ต่อมาก็จะเป็นขั้นตอนการดูความยากง่ายในการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนี้ หรือ Keyword Difficulty

ถ้าคีย์เวิร์ดไหนมีการแข่งขันสูง หรือมีค่า KD สูง เราอาจจะยังไม่ควรเริ่มทำ SEO ในคีย์นั้น ๆ เพราะมีเจ้าใหญ่ ๆ ที่ติดอันดับในคีย์เวิร์ดนี้ก่อนหน้าไปแล้ว การแข่งขันจึงค่อนข้างยาก

ดังนั้นให้เลือกคีย์เวิร์ดที่การแข่งขันน้อย หรือค่า KD น้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาเพื่อสู้คีย์เวิร์ดยากภายหลัง

การเลือกเครื่องมือในการทำ Keyword Research

การเลือกเครื่องมือทำ Keyword Research ถ้าจะให้ดีนั้น เราต้องใช้หลาย ๆ เครื่องมือเพื่อเทียบกันครับ เพราะไม่มีเครื่องมือไหนที่แม่นยำที่สุดในตัวเดียว

เราใช้บางตัว แต่พอไปหาในอีกตัวจำนวน SV, KD ก็อาจจะแตกต่างกันไป แต่ในเบื้องต้น Ahrefs ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีในระดับหนึ่งเลยครับ

โดยต่อไปนี้คือเครื่องมือที่ผมแนะนำ

  • Keyword Generator (Ahrefs)
  • Google Keyword Planner
  • Google Search Console: GSC อันนี้ต้องมีเว็บไซต์และติดตั้ง GSC แล้วเรียบร้อย

วิธีและขั้นตอนในการทำ Keyword Research

ต่อมาเราก็จะมาเริ่มทำการวิเคราะห์เพื่อหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกันครับ โดยจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. วิเคราะห์ธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  2. หา Seed Keywords
  3. เลือก Long-tail Keywords เพื่อนำไปทำคอนเทนต์

1. วิเคราะห์ธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายของเรา

นี่คือขั้นตอนแรกสุด ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วก็คงรู้และเข้าใจในธุรกิจที่เรากำลังทำเป็นอย่างดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ

แต่นอกจากเราต้องมีความเข้าใจในธุรกิจของเราแล้ว เรายังต้องวิเคราะห์คู่แข่งทางธุรกิจของเราด้วยเช่นกัน

โดยวิธีการในเบื้องต้นคือให้เลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการ จากนั้นทำการค้นหาใน Google Search แล้วลิสต์ดูว่าเว็บที่ติดอันดับ 1 - 10 ในหน้าแรกนั้นมีเว็บไหนบ้าง และรูปแบบของคอนเทนต์เป็นแบบไหน เช่น บทความ, FAQ, คลิปวิดีโอ, รูปภาพ, Infographic ฯลฯ

2. หา Seed Keywords

ต่อมาจะเป็นการหาคีย์เวิร์ดแบบ Seeds หรือ Root Keyword ซึ่งเราก็คงรู้คีย์เวิร์ดในธุรกิจหรือเว็บของเราในเบื้องต้นอยู่แล้วใช่ไหมครับ

ให้ลิสต์ออกมาดูว่า ธุรกิจของเรานั้นมีคีย์เวิร์ดตัวไหนบ้างที่เกี่ยวข้อง

เช่น ธุรกิจของเราคือนายหน้าขายคอนโด และนี่คือ Seed Keywords

  • คอนโด
  • คอนโดมือสอง
  • คอนโดเช่า

Note: ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ และอยากมีคนให้คำปรึกษา ทางเรามีบริการ SEO Consultant ด้วยครับผม

3. เลือก Long-tail Keywords

ต่อมาเราจะทำการเลือกคีย์เวิร์ดแบบยาวและเฉพาะเจาะจง หรือ Long-tail / Niche Keywords ไปทำคอนเทนต์กันเพื่อ serve ให้กับผู้ใช้

โดยข้อควรพิจารณาคือ

  • มีจำนวน Search Volume ที่เหมาะสม ไม่น้อยจนเกินไป
  • มี KD ต่ำ ซึ่งโดยธรรมชาติของคีย์เวิร์ดประเภทนี้ การแข่งขันโดยทั่วไปก็จะต่ำกว่า Seed Keyword อยู่แล้ว

ซึ่งโดยปกติแล้วถ้า Root Keywords ไหนที่มีจำนวนคนค้นหาเยอะ ๆ ตัว Long-tail Keyword ก็มักจะได้อานิสงส์คนค้นหาเยอะตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น “แมว” มีคนค้นหาต่อเดือนเป็นแสน ๆ ครั้ง ตัว Long-tail Keyword เช่น “แมว นิสัย”, “อาหารแมว”, “วัคซีนแมว” ฯลฯ ก็มีแนวโน้มว่าจะมี Search Volume ไม่น้อย

โดยขั้นตอนการทำ Keyword Research นั้น เราจะใช้เครื่องมือที่ทั้งฟรีและดีอย่าง Ahrefs Keyword Generator

ตัวอย่างการวิเคราะห์ Search Volume และ Keyword Difficulty
ตัวอย่างข้อมูล Keyword Difficulty และ Search Volume ที่นำไปใช้วิเคราะห์เพื่อทำ SEO ได้

จะเห็นว่าตอนนี้เราได้ข้อมูลของคีย์เวิร์ดนี้เป็นที่เรียบร้อย โดยส่วนหลัก ๆ คือ

  • Keyword Phrases: คำที่คนค้นหา
  • KD (Keyword Difficulty): ความยากง่ายในการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนี้
  • Search Volume: จำนวนการค้นหา หรือปริมาณการค้นหาต่อเดือน

แนะนำ: Ahrefs Keyword Generator

เมื่อ “คอนโด” คือ target keyword ของเรา แต่จะเห็นว่านี่คือ seed keyword เพราะว่าเป็นคำ ๆ เดียว การค้นหาต่อเดือนหรือ Search Volume สูง และ KD ก็ยังสูงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย คือ 33,000 หรือ 33k ต่อเดือน

ดังนั้น สำหรับการเริ่มต้น การทำคีย์เวิร์ดนี้จะถือว่าเป็นคีย์เวิร์ดที่ยากและผมจะขอตัดออกไปก่อนครับ

แน่นอนว่าให้หา Long-tail Keyword แทน ก็คือให้ค้นหาให้ละเอียดลงไปอีก เช่น “คอนโด เชียงใหม่” จะพบว่าคีย์เวิร์ดจะแคบ เฉพาะเจาะจง หรือ niche มากขึ้น การแข่งขันก็จะไม่สูงเกินไปกว่าแบบแรก แถม Search Volume ก็ถือว่าสูงใช้ได้เลยทีเดียว

SEO Funnel Keywords

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจในส่วนของการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดแล้ว ในการพิจารณาหรือเลือกว่าจะใช้คีย์เวิร์ดไหนบ้างในแต่ละ stage ของ Funnel หรือกรวยการขาย ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรรู้ไว้ครับ

เพราะว่าจะทำให้เราเลือกคีย์เวิร์ดได้อย่างเหมาะสมตามแต่ละ stage สำหรับ buying journey ของลูกค้า

1. คีย์เวิร์ดในขั้น Awareness (การรับรู้)

  • Benefit (ประโยชน์)
  • Causes (เหตุผล)
  • Definition (ความหมาย)
  • Explained (อธิบาย)
  • Examples (ตัวอย่าง)
  • Guide (แนะนำ)
  • How to (วิธีการ)
  • Introduction (บทนำ)
  • Learn (เรียนรู้)
  • Overview (ภาพรวม)
  • Reasons (เหตุผล)
  • Tips (เคล็ดลับ)
  • Tutorial (บทเรียน)
  • What (อะไร)
  • When (เมื่อไหร่)
  • Why (ทำไม)

2. คีย์เวิร์ดในขั้น Consideration (การพิจารณา)

  • Advantages (ข้อดี)
  • Alternatives (ทางเลือก)
  • Best (ที่สุด)
  • Compare (เปรียบเทียบ)
  • Cost (ต้นทุน)
  • Disadvantages (ข้อเสีย)
  • Expertise (ความเชี่ยวชาญ)
  • Features (คุณสมบัติ)
  • Performance (ประสิทธิภาพ)
  • Quality (คุณภาพ)
  • Ratings (การให้คะแนน)
  • Reviews (รีวิว)
  • Testimonials (รีวิวจากลูกค้า)
  • Top (ที่สุด)
  • Value (คุ้มค่า)
  • VS (เทียบกับ)

3. คีย์เวิร์ดในขั้น Decision (การตัดสินใจ)

  • Buy (ซื้อ)
  • Checkout (ชำระเงิน)
  • Coupon (คูปอง)
  • Deal (ข้อเสนอ)
  • Discount (ส่วนลด)
  • Free shipping (จัดส่งฟรี)
  • Get (รับ)
  • Guarantee (รับประกัน)
  • Membership (สมาชิก)
  • Offer (ข้อเสนอ)
  • Order (สั่งซื้อ)
  • Price (ราคา)
  • Promo (โปรโมชั่น)
  • Purchase (การซื้อ)
  • Subscribe (สมัครสมาชิก)
  • Trial (ทดลอง)

ตัวอย่าง Keyword Intent แต่ละประเภทใน SEO Funnel
ตัวอย่าง Keyword Intent แต่ละประเภทใน SEO Funnel

สรุป

  • การทำ Keyword Research คือขั้นตอนแรกสุดที่เราต้องคำนึงสำหรับการทำ SEO
  • ประเภทของคีย์เวิร์ดหลัก ๆ คือ Seed / Root Keyword และ Long-tail Keyword โดย Seed Keyword คือคีย์เวิร์ดแบบกว้าง ๆ มีปริมาณการค้นหาสูง ส่วน Long-tail Keyword คือคีย์เวิร์ดที่มีความเฉพาะเจาะจง เป็นคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมสำหรับนำไปทำคอนเทนต์ SEO ในช่วงเริ่มต้น
  • เครื่องมือในการทำ Keyword Research มีอยู่หลายตัว แต่ในเบื้องต้นแนะนำ Keyword Generator ของ Ahrefs ครับ
  • ข้อควรพิจารณาในการเลือกคีย์เวิร์ดคือ Relevance (มีความเกี่ยวข้อง), Search Volume (จำนวนการค้นหาต่อเดือน) และ Keyword Difficulty (ความยากง่ายในการแข่งขัน)
  • สรุปคือเราต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้อง มีปริมาณการค้นหาที่เหมาะสม ไม่น้อยเกินไป และมีการแข่งขันต่ำ
Sonthaya T.

Sonthaya T.

ผู้เขียน

ที่ปรึกษาด้าน Web & SEO สำหรับองค์กรและเจ้าของธุรกิจ ชอบออกแบบแนวทางและวิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เชื่อว่าความรู้คือหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดและจะติดตัวเราไปในทุกที่ หลงไหลในธรรมชาติ การเดินทาง เป็นพ่อของแงว ๆ อยู่หลายตัว เสพติดกาแฟ (อเมริกาโน่) และชอบการจิบเบียร์...ในบางครั้ง