การทำ Keyword Research คือขั้นตอนแรกสุดในการการทำ SEO เพราะว่าจะทำให้เราทำเว็บและสร้างคอนเทนต์อย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ หลายคนทำเว็บแล้วล้มเหลว เพราะมัวแต่เขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน หรือไปเลือก Keyword ที่การแข่งขันสูงเสียดฟ้า จนเว็บเล็ก ๆ ของเราไม่มีวันแทรกตัวขึ้นไปได้
ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีหา "Keyword ทำเงิน" ที่คนค้นหาจริง และคู่แข่งยังไม่เยอะเกินไปกันครับ
ทำไม Keyword Research ถึงสำคัญมาก ?
- ทำคอนเทนต์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย: ช่วยให้เรารู้ว่าลูกค้าใช้คำว่าอะไรในการค้นหา เช่น "ทาสแมว" อาจจะค้นหาคำว่า "อาหารแมวป่วย" มากกว่า "โภชนาการสำหรับแมว"
- ได้เปรียบทางการแข่งขัน: "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดทำให้เห็นช่องว่างที่คู่แข่งมองข้าม
- ทำ SEO อย่างมีทิศทาง: ป้องกันการ "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" (ลงทุนเขียนบทความแทบตาย แต่ไม่มีคนค้นหา)
ประเภทของ Keyword ที่ต้องรู้
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูตารางเปรียบเทียบประเภทของคีย์เวิร์ดกันครับ
ตารางที่ 1: เปรียบเทียบประเภทของ Keyword (Seed vs Long-tail vs LSI)
| ประเภท Keyword | คำอธิบาย | ตัวอย่าง | Volume (ปริมาณคนค้น) | Competition (การแข่งขัน) | Conversion (โอกาสขาย) |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. Seed / Root Keyword | คำหลัก สั้น ๆ กว้าง ๆ | "รถยนต์", "คอนโด", "แมว" | สูงมาก (40k+) | สูงมาก (ยาก) | ต่ำ (คนแค่ดูผ่านๆ) |
| 2. Long-tail Keyword | คำขยาย เฉพาะเจาะจง | "รถยนต์มือสอง ราคาถูก", "คอนโด เชียงใหม่", "แมวสลิด นิสัย" | ปานกลาง-ต่ำ | ต่ำ (ง่าย) | สูง (คนรู้แล้วว่าอยากได้อะไร) |
| 3. LSI Keywords | คำที่เกี่ยวข้อง/บริบท | "เงินดาวน์", "ดอกเบี้ย", "รีไฟแนนซ์" (เกี่ยวข้องกับคอนโด) | หลากหลาย | หลากหลาย | ช่วยเสริมให้ Google เข้าใจ |
Tip:
สำหรับเว็บใหม่ ให้เน้น Long-tail Keyword เป็นหลักครับ แม้ Volume จะน้อยกว่า แต่โอกาสติดหน้าแรกมีสูงกว่ามาก และ Conversion Rate (คนซื้อ) ก็สูงกว่าด้วย
3 ค่าพลังที่ต้องดู (Metrics)
ก่อนจะไปใช้เครื่องมือ เราต้องอ่านค่าพลังของ Keyword ให้เป็นก่อนครับ ไม่งั้นเราจะหลงทางไปกับตัวเลข
- Relevance (ความเกี่ยวข้อง): สำคัญที่สุด! คำนั้นต้องเกี่ยวกับธุรกิจเราจริง ๆ ไม่ใช่แค่เห็นคนค้นเยอะแล้วทำมั่วซั่ว
-
Search Volume (Vol): ปริมาณการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน
* คำถาม: เท่าไหร่ถึงดี?
* คำตอบ: ไม่น้อยจนเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 50 อาจจะไม่คุ้มแรงทำ) แต่ก็ไม่ต้องเยอะเวอร์วังครับ สัก 100-1,000 สำหรับ Long-tail ถือว่าสวยงาม -
Keyword Difficulty (KD): ความยากในการแข่งขัน (คะแนน 0-100)
* ยิ่งน้อยยิ่งดี! ถ้า KD สูง (เช่น 60+) แปลว่ามีเจ้าที่จองหมดแล้ว มือใหม่ควรเลี่ยงครับ
SEO Funnel Keywords: เลือกคำให้ตรงกับระยะการซื้อ
อีกเทคนิคที่ช่วยให้เราเลือกคำได้คมขึ้น คือการเลือกคำตาม Marketing Funnel ครับ (ดูตารางนี้แล้วเอาไปใช้ได้เลย)
ตารางที่ 2: ตัวอย่าง Keyword ตามระยะการตัดสินใจ (Funnel Stage)
| Stage (ระยะ) | เป้าหมาย | คำที่มักเจอใน Keyword (Modifiers) | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| 1. Awareness (รับรู้) |
ให้ความรู้ / แก้ปัญหา | คืออะไร, วิธี, ทำไม, สอน, แนะนำ, เคล็ดลับ | "วิธีเลี้ยงแมว", "SEO คืออะไร", "อาการปวดหลัง" |
| 2. Consideration (พิจารณา) |
เปรียบเทียบ / หาทางเลือก | ดีไหม, รีวิว, pantip, เปรียบเทียบ, vs, Top 10 | "อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี", "iPhone 16 vs S25", "รีวิวคอนโด" |
| 3. Decision (ตัดสินใจ) |
ซื้อ / จ่ายเงิน | ราคา, ซื้อ, จอง, ส่วนลด, โปรโมชั่น, ใกล้ฉัน | "ราคาอาหารแมว", "จองโรงแรมพัทยา", "ส่วนลด Lazada" |
| --- |
Step-by-Step: วิธีเฟ้นหา Keyword ทำเงิน (Action Plan)
เรามาลองลงมือทำจริงกันครับ โดยใช้เครื่องมือฟรีอย่าง Ahrefs Keyword Generator (หรือ Google Keyword Planner)
1. หา Seed Keywords
ลิสต์คำกว้าง ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจเราออกมาก่อน
* ตัวอย่าง: ธุรกิจขายคอนโด ที่เป็น Seed Keyword เช่น "คอนโด", "คอนโดมือสอง", "เช่าคอนโด"
2. ขยายเป็น Long-tail Keywords
นำ Seed Keyword ไปใส่ในเครื่องมือเพื่อดูไอเดียเพิ่มเติม
* ตัวอย่าง: ผมลองค้นหาคำว่า "คอนโดมือสอง" (โดยใช้ Plan ฟรี) ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นแบบนี้ครับ

ตัวอย่างหน้าจอ Ahrefs Keyword Generator เมื่อค้นคำว่า "คอนโดมือสอง"
จากภาพจะเห็นว่า นอกจากคำหลักแล้ว ระบบยังแนะนำ Long-tail Keywords ที่น่าสนใจเพียบ เช่น "คอนโดมือสอง ลาดพร้าว", "คอนโดมือสอง นนทบุรี" ซึ่งคำพวกนี้แหละครับที่เป็นขุมทรัพย์ เพราะคู่แข่งน้อยกว่าและเจาะจงกลุ่มลูกค้าได้ดีกว่า
3. คัดเลือกผู้ชนะ (Selection)
เลือกคำที่เข้าเกณฑ์ 3 ข้อ:
1. Relevance: เกี่ยวกับเราไหม? (ถ้าเรามีห้องขายแถวลาดพร้าว ก็เลือก "คอนโดมือสอง ลาดพร้าว")
2. Volume: มีคนค้นพอสมควรไหม? (หลัก 100+ ต่อเดือน ถือว่าโอเคสำหรับ Niche Market)
3. KD: สู้ไหวไหม? (ถ้าเป็นสีเขียว หรือค่าต่ำ ๆ ยิ่งดีครับ)
2. ขยายเป็น Long-tail Keywords
เอา Seed ไปใส่ในเครื่องมือ แล้วมองหาคำที่ยาวขึ้น
- ตัวอย่าง: จาก "คอนโด" (Vol: 33k, KD: 60) เปลี่ยนเป็น "คอนโด เชียงใหม่" (Vol: 900, KD: 15) หรือ "คอนโด ใกล้ BTS อารีย์"
3. คัดเลือกผู้ชนะ (Selection)
เลือกคำที่เข้าเกณฑ์ 3 ข้อ
- Relevance: เกี่ยวกับเราไหม? (ขายคอนโดเชียงใหม่หรือเปล่า?)
- Volume: มีคนค้นพอสมควรไหม? (900 ครั้ง/เดือน ถือว่าโอเค)
- KD: สู้ไหวไหม? (KD 15 สู้ไหว!)
สรุป
การทำ Keyword Research คือรากฐานที่สำคัญที่สุดครับ ถ้าเลือก Keyword ผิด ชีวิตเปลี่ยน (เหนื่อยฟรี)
ให้จำสูตรนี้ไว้ครับ: "ยอมทิ้ง Volume มหาศาล เพื่อแลกกับ Traffic ที่ขายของได้จริง"
เริ่มจาก Long-tail Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรา และมีการแข่งขันต่ำ (Low KD) สะสมไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งเว็บเราจะมี Traffic มหาศาลอย่างยั่งยืนครับ
ในบทต่อไป เราจะเอา Keyword ที่คัดมาได้ ไปจัดระเบียบให้ Google รัก ด้วยกลยุทธ์ Ep 5: Topic Clusters Strategy ครับ
อ้างอิงเพิ่มเติม
- Ahrefs: Keyword Generator Tool
- WebMastery: SEO Funnel Guide