On-Page SEO: วางโครงสร้างบทความให้ Google รัก

Last updated: January 28, 2026

หลังจากที่เราได้เข้าใจ Keyword Strategy และ Topic Cluster กันมาบ้างแล้ว ใน Ep นี้เราจะมาลงมือลุย content กันจริง ๆ ครับ

On-Page SEO คืออะไร?

On-Page SEO คือปัจจัยภายในที่เราควบคุมได้ 100% ถ้าเปรียบเว็บเป็นบ้าน Ep นี้คือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ป้ายชื่อหน้าบ้าน และโครงสร้างห้องต่าง ๆ ให้แขก (Google & User) ประทับใจที่สุดครับ

ด้านล่างนี้คือ 10 Checklist ที่เพื่อน ๆ ต้องทำทุกครั้งก่อนกด Publish บทความครับ

1. URL Slug: สั้น กระชับ มีคีย์เวิร์ด

URL คือสิ่งแรกที่ Google เห็นครับ ควรออกแบบให้อ่านรู้เรื่อง ไม่ใช่เป็นรหัสยาว ๆ

  • domain.com/p=123 (ไม่รู้เรื่อง)
  • domain.com/blog/2026/01/25/what-is-seo-and-how-to-do-it-for-beginner (ยาวเกินไป)
  • domain.com/what-is-seo (สั้น กระชับ มี Keyword)

Tip:
ใช้เครื่องหมายขีดกลาง (-) คั่นคำเสมอ ห้ามใช้ Underscore (_) หรือเว้นวรรคครับ

2. Title Tag: พาดหัวต้องหยุดนิ้วโป้ง

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดบนหน้า Google Search (SERP) ครับ ถ้า Title ไม่น่าคลิก ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหนก็ไม่มีคนอ่าน

  • Keyword: ต้องมี Main Keyword อยู่ช่วงต้น ๆ
  • Length: ไม่เกิน 60 ตัวอักษร (ถ้าเกินจะโดนตัดเป็น ...)
  • Click Magnet: ใส่คำดึงดูด เช่น "ฉบับสมบูรณ์", "2026 Update", "ฟรี"

ตัวอย่าง:

  • ❌ "บทความเรื่อง SEO"
  • ✅ "SEO คืออะไร? สอนทำ SEO ฉบับจับมือทำ (อัปเดต 2026)"

3. Meta Description: ป้ายโฆษณาหน้าร้าน

แม้ Google จะบอกว่า Description ไม่มีผลต่อ Ranking โดยตรง แต่มันมีผลต่อ CTR (Click Through Rate) มหาศาลครับ
เขียนให้เหมือนคำโปรยหลังปกหนังสือ สรุปใจความสำคัญและกระตุ้นให้อยากรู้ต่อ (ความยาวไม่เกิน 160 ตัวอักษร)


4. Heading Tags (H1-H6): จัดลำดับยศให้เนื้อหา

Google ไม่ได้อ่านบทความเหมือนมนุษย์ครับ แต่อ่านตามโครงสร้าง HTML Tags

  • H1: คือชื่อเรื่องบทความ (มีได้แค่ 1 อันต่อหน้า ห้ามเกินเด็ดขาด)
  • H2: หัวข้อหลัก
  • H3: หัวข้อย่อยของ H2

ตัวอย่างโครงสร้างที่ถูกต้อง:

<h1>SEO คืออะไร? (ชื่อเรื่องใหญ่สุด)</h1>
  <p>เกริ่นนำ...</p>

  <h2>ประเภทของ SEO (หัวข้อหลัก)</h2>
    <h3>1. On-Page SEO (หัวข้อย่อย)</h3>
    <h3>2. Off-Page SEO (หัวข้อย่อย)</h3>

  <h2>ทำไมต้องทำ SEO (หัวข้อหลัก)</h2>

5. Content Quality & "คืออะไร" Technique

เขียนเนื้อหาให้ "ครอบคลุม" และ "ตอบโจทย์" ครับ ไม่จำเป็นต้องยาวเป็นเล่มสมุดหน้าเหลือง แต่ต้องตอบสิ่งที่คนค้นหาอยากรู้ให้ครบ

Secret Sauce: เทคนิค "คืออะไร"
คนไทยชอบค้นหาคำนิยามครับ ในบทความควรมี H2 ที่เขียนว่า "[Keyword] คืออะไร?" และย่อหน้าแรกให้ตอบคำถามนี้แบบตรงไปตรงมา (Direct Answer) เทคนิคนี้ช่วยให้ติด Featured Snippet (กล่องคำตอบอันดับ 0) ได้ง่ายมาก!

6. Keyword Density: โรยเกลือให้พอดี

อย่าทำ Keyword Stuffing (ยัดเยียดคำค้นหา) จนอ่านไม่รู้เรื่องครับ

  • Density ที่เหมาะสม: ประมาณ 1-2% (ใน 1,000 คำ มี Keyword ประมาณ 10-20 ครั้ง)
  • LSI Keywords: ให้ใช้คำที่เกี่ยวข้องแทนบ้าง เช่น แทนที่จะพิมพ์ "คอนโด" ซ้ำ ๆ ให้ใช้คำว่า "ที่พักอาศัย", "ห้องชุด", "อสังหาฯ" สลับกันไป

7. Internal Linking: สร้างใยแมงมุม

อย่าปล่อยให้บทความนี้เป็นทางตันครับ

  • Link ไปหาบทความอื่น: เพื่อส่งคนอ่านไปเสพเนื้อหาเพิ่มเติม (ลด Bounce Rate)
  • Link กลับมาหน้า Pillar: เพื่อส่งพลัง SEO กลับไปหน้าหลัก (ตามกลยุทธ์ Topic Cluster ใน Ep 5)

8. Image Optimization: รูปสวยและโหลดไว

รูปภาพเป็นตัวถ่วงความเร็วอันดับ 1 ของเว็บครับ ต้องจัดการให้ดี

  • Alt Text: ใส่คำอธิบายรูปที่มี Keyword เสมอ (Google มองไม่เห็นรูป แต่อ่าน Alt Text)
  • File Format: ใช้ WebP แทน JPG/PNG (ลดขนาดไฟล์ได้ 30%+)
  • Lazy Loading: โหลดรูปเฉพาะตอนคนเลื่อนลงมาถึง
<img 
  src="seo-structure.webp" 
  alt="โครงสร้าง On-Page SEO ที่ถูกต้อง" 
  width="800" 
  height="600" 
  loading="lazy"
>

9. User Experience (UX): อ่านง่าย สบายตา

Google ยุคนี้แคร์คนอ่านมากครับ ถ้าเว็บตัวหนังสือติดกันเป็นพืด อ่านยาก คนกดออกทันที (Bounce) อันดับร่วงแน่นอน

  • ย่อหน้าสั้น ๆ: 1 ย่อหน้าไม่ควรเกิน 3-4 บรรทัด
  • ใช้ Bullet Points: เพื่อให้อ่านผ่าน ๆ (Skim) ได้ง่าย
  • Mobile Friendly: ต้องแสดงผลบนมือถือได้สมบูรณ์แบบ

10. Focus on Value: เขียนให้มนุษย์อ่าน (ไม่ใช่ Bot)

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดครับ ยุค AI ครองเมือง เนื้อหาที่ "Real" และ "มีความเป็นมนุษย์" จะชนะครับ

  • เลิกใช้ภาษาทางการเกินไป (เหมือนคุยกับเพื่อน)
  • ใส่ประสบการณ์ส่วนตัว หรือ Case Study จริง
  • อย่าเขียนน้ำท่วมทุ่ง เขียนเนื้อ ๆ เน้น ๆ

สรุป Checklist (ตาราง)

ก่อนกด Publish ลองเช็คตารางนี้ดูนะครับ

ตารางที่ 1: On-Page SEO Checklist

จุดที่ต้องเช็ค คำแนะนำ สถานะ
URL สั้น, ภาษาอังกฤษ, มี Keyword, ใช้ขีดกลาง (-)
Title Tag มี Keyword นำหน้า, น่าคลิก, < 60 ตัวอักษร
Heading 1 มีแค่อันเดียว และตรงกับ Title
Content ตอบ Search Intent, มีเทคนิค "คืออะไร", อ่านง่าย
Images ใช้ไฟล์ WebP, ใส่ Alt Text, เปิด Lazy Load
Internal Link มีลิงก์ไปหน้าอื่น 2-3 จุด

เมื่อเราปรับบ้าน (On-Page) จนสวยงามน่าอยู่แล้ว ในบทต่อไปเราต้องออกไปสร้างบารมีนอกบ้าน เพื่อให้คนรู้จักและเชื่อถือเรามากขึ้น ใน Ep 7: E-E-A-T Framework & Trust Signals ครับ


อ้างอิงเพิ่มเติม

  • Google Search Central: SEO Starter Guide
  • Ahrefs: On-Page SEO Checklist