เจาะลึก Search Intent: อ่านใจคนค้นหา ก่อนเริ่มหาคีย์เวิร์ด

Last updated: January 28, 2026

แก่นของการทำ SEO เพื่อน ๆ รู้ไหมครับว่ามันคือ Search Intent นี่แหละ...

เพราะนั่นหมายถึงการที่เราเข้าใจผู้ใช้เป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ของการเสิร์ชของผู้ใช้ !! เมื่อผู้ใช้ชอบ ก็จะส่งผลให้ Google ชอบเราตามไปด้วย อันดับเว็บเราก็ดีขึ้น เห็นไหมครับนี่มันส่งผลต่อ SEO แบบเต็ม ๆ

แต่หลายคนมักตกม้าตายตรงนี้ครับ คือไปโฟกัสแต่ Volume (ปริมาณการค้นหา) แต่ลืมดูว่า "คนเขาค้นหาคำนั้นไปทำไม?" บทเรียนนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้กันครับ

Search Intent คืออะไร ?

Search Intent (User Intent) คือ จุดประสงค์ในการค้นหาของผู้ใช้ เมื่อพิมพ์คำค้นหาลงไปใน Google แล้วคาดหวังหรือต้องการผลลัพธ์แบบไหน? เช่น เพื่อหาข้อมูล? เพื่อดูรีวิวเปรียบเทียบ? หรือเพื่อซื้อสินค้า?

ซึ่งฟอร์แมตของผลลัพธ์ในแต่ละ Intent ก็จะแตกต่างกันออกไปครับ เช่น
* ถ้าค้น "จองโรงแรม" ก็มักจะเจอเว็บ OTA (Agoda, Booking)
* ถ้าค้น "วิธีเลี้ยงแมวส้ม" ก็จะเจอบล็อก How-to

ตัวอย่างผลลัพธ์การค้นหาที่แตกต่างกันตาม Search Intent
ภาพเปรียบเทียบหน้าตา Google Search ที่เปลี่ยนไปตามเจตนาของผู้ค้นหา (Transactional vs Informational)


4 ประเภทหลักของ Search Intent (The 4 Types)

เพื่อให้เพื่อน ๆ เลือกทำคอนเทนต์ได้ถูกประเภท เรามาดูตารางสรุปความแตกต่างของทั้ง 4 Intent กันครับ

ตารางที่ 1: เจาะลึก 4 ประเภท Search Intent และรูปแบบคอนเทนต์ที่ต้องทำ

ประเภท Intent ความต้องการของผู้ใช้ ตัวอย่างคำค้นหา รูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะสม (Format)
1. Informational
(หาข้อมูล)
อยากรู้, หาคำตอบ, หาวิธีแก้ปัญหา "วิธีผูกเนคไท", "SEO คืออะไร", "อาการปวดหลัง" Blog Post, How-to Guide, Video, Infographic
2. Navigational
(หาทางไป)
รู้เว็บอยู่แล้ว แต่ขี้เกียจพิมพ์ URL "Facebook Login", "ทางเข้า SCB Easy", "Youtube" Login Page, Home Page (เราแย่งอันดับยาก)
3. Commercial
(เปรียบเทียบ)
สนใจแล้ว แต่ลังเล อยากเทียบสเปค "iPhone 16 vs Samsung S25", "เมาส์ไร้สาย ยี่ห้อไหนดี" Comparison Table, Review Article, Top 10 Lists
4. Transactional
(ซื้อเลย)
พร้อมเปย์ รู้แล้วว่าจะเอาอะไร "ซื้อ iPhone 16 ราคา", "จองโรงแรมพัทยา", "สมัคร Netflix" Product Page, Landing Page, Booking Page

วิธีเช็ค Intent จาก "คำขยาย" (Keyword Modifiers)

ทีนี้เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่า "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า Keyword นี้เป็น Intent แบบไหน?"
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสังเกต "คำขยาย" (Modifiers) ที่อยู่ในประโยคครับ ลองดูตารางด้านล่างนี้ เป็นสูตรโกง (Cheat Sheet) ที่ช่วยให้เราแยกประเภทได้ทันที

ตารางที่ 2: Keyword Modifiers Cheat Sheet (สูตรสังเกตคำค้นหา)

ถ้าเจอคำว่า... (Modifiers) มักจะเป็น Intent แบบ... สิ่งที่เราต้องทำ
คืออะไร, ทำไม, อย่างไร, วิธี, ประวัติ, ข้อมูล, สอน, อาการ** Informational (หาความรู้) เขียนบทความให้ความรู้ ละเอียด ๆ ตอบคำถามให้ครบ
เข้าสู่ระบบ, Login, ทางเข้า, เว็บไซต์, ติดต่อ, เบอร์โทร** Navigational (หาทางเข้า) ตรวจสอบหน้า Contact หรือ Home ให้เข้าถึงง่าย (ถ้าเป็นแบรนด์เรา)
ดีไหม, ยี่ห้อไหนดี, รีวิว, pantip, เปรียบเทียบ, vs, แนะนำ, Top 10 Commercial (เปรียบเทียบ) ทำตารางเปรียบเทียบ จุดเด่น-จุดด้อย หรือรีวิวจากการใช้งานจริง
ราคา, ซื้อ, ขาย, จอง, สมัคร, โปรโมชั่น, ส่วนลด, ราคาถูก, ใกล้ฉัน Transactional (ซื้อ) ทำหน้าขายของ (Product Page) ให้กดซื้อง่ายที่สุด อย่ามี Text เยอะ

SEO Funnel: จับคู่ Intent กับกรวยการตลาด

เมื่อเรารู้จัก Intent แล้ว เราต้องวางแผนให้สอดคล้องกับ Customer Journey ครับ

  1. Awareness: ลูกค้าค้น "วิธีถ่ายรูปให้สวย" (Informational)
    * เราเสิร์ฟ: บทความสอนถ่ายรูป

  2. Consideration: ลูกค้าค้น "กล้อง Mirrorless ยี่ห้อไหนดี 2026" (Commercial)
    * เราเสิร์ฟ: บทความรีวิว 10 อันดับกล้อง

  3. Conversion: ลูกค้าค้น "ซื้อ Sony A7C II ราคา" (Transactional)
    * เราเสิร์ฟ: หน้าสินค้าที่มีปุ่ม "Add to Cart"

ถ้าเพื่อน ๆ เข้าใจ Logic นี้ เราจะเขียน Structure ของเว็บได้แบบนี้ครับ:

// ตัวอย่าง Logic การเลือก Page Type ตาม Intent
if (userIntent === "Informational") {
    return "Blog Post"; // สร้าง Trust
} else if (userIntent === "Commercial") {
    return "Review"; // ช่วยตัดสินใจ
} else if (userIntent === "Transactional") {
    return "Product Page"; // ปิดการขาย
}

สิ่งสำคัญ...อย่าลืมนึกถึง Content Formats !!

นอกจากการรู้ Intent แล้ว เราต้องวิเคราะห์ Format (รูปแบบ) ของคอนเทนต์ด้วยครับ

ถ้าผู้ใช้ค้นคำว่า "คาเฟ่ใกล้ฉัน" ผลลัพธ์มักจะเป็น Map Packs (แผนที่)
ถ้าเราเอาคีย์เวิร์ดนี้ไปทำเป็น Blog Article ยาว ๆ โอกาสติดอันดับจะยากมากครับ เพราะ Google รู้ว่าคนอยากเห็นแผนที่ ไม่ใช่อยากอ่านเรียงความ

วิธีเช็คที่ดีที่สุด:
ให้ลองเสิร์ช Keyword นั้นใน Google ดูเลยครับ!

  • เจอแต่ Video? ทำคลิป Youtube
  • เจอแต่ ตารางเปรียบเทียบ? ทำบทความรีวิว
  • เจอแต่ ร้านค้า? ทำหน้าสินค้า

สรุป

การทำ SEO โดยไม่ดู Search Intent ก็เหมือนการ "ขายหวีให้พระ" ครับ สินค้าดีแค่ไหน ถ้าผิดกลุ่ม ผิดเวลา ก็ขายไม่ได้

เพื่อน ๆ ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า Keyword ที่เราจะทำนั้น ผู้ใช้ต้องการอะไร? (ดูจากตารางที่ 2 ได้เลย) แล้วเสิร์ฟเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการนั้น
ถ้าเรา "เกาถูกที่คัน" ทั้งผู้ใช้และ Google จะรักเว็บเราแน่นอนครับ


อ้างอิงเพิ่มเติม

  • Google Search Central: Understanding User Intent
  • Ahrefs: Search Intent Guide