ใน Ep 4 เราได้ลองทำ Keyword Research มาแล้วใช่ไหมครับ?
แต่ปัญหาที่มือใหม่ส่วนใหญ่เจอคือ "ไม่รู้จะเริ่มเขียนคำไหนก่อน" หรือ "เขียนไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีทิศทาง"
ผลลัพธ์คือ เว็บไซต์เรากลายเป็น "ห้องสมุดที่หนังสือวางกองระเกะระกะ" หาอะไรก็ไม่เจอ Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูลก็งง สุดท้ายอันดับก็ไม่ขึ้น
วิธีแก้ปัญหานี้คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า "Topic Clusters" ครับ ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำ SEO ยุค AI ที่เน้นความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Authority)
Topic Clusters คืออะไร?
Topic Clusters (กลุ่มหัวข้อ) คือ การจัดโครงสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ โดยการเชื่อมโยงบทความย่อย ๆ (Cluster Content) เข้าหาบทความหลัก (Pillar Page) ด้วย Internal Links
เปรียบเสมือน "ระบบสุริยะ" ที่มีดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางและมีดาวเคราะห์โคจรรรอบ ๆ

ภาพตัวอย่าง: การวางแผน Topic Cluster โดยมี "อาหารแมว" เป็นศูนย์กลาง (Pillar) และหัวข้อย่อย (Cluster) ล้อมรอบ
ทำไมต้องทำ?
Google ยุคใหม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจ "ความสัมพันธ์ของเนื้อหา" (Semantic SEO) ครับ การทำแบบนี้จะส่งสัญญาณบอก Google ว่า
- Authority: เว็บเราเชี่ยวชาญเรื่อง "อาหารแมว" จริง ๆ นะ มีเนื้อหาครอบคลุมทุกมิติเลย
- User Experience: คนอ่านเข้ามาแล้วได้ข้อมูลครบ จบในที่เดียว ไม่ต้องกดออกไปเว็บอื่น
หรือตัวอย่างอื่น ๆ เช่น
* ถ้าเราเขียนบทความเรื่อง "วิ่ง" แค่ 1 บทความ Google มองว่าเรา "พอรู้เรื่องวิ่ง"
* แต่ถ้าเรามีบทความหลักเรื่อง "คู่มือการวิ่ง" แล้วลิงก์ไปหาบทความย่อยเรื่อง "รองเท้าวิ่ง", "วิธีหายใจ", "ตารางซ้อมมาราธอน" อีก 20 บทความ Google จะมองว่าเราคือ "ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิ่ง" (Topical Authority) ทันที
องค์ประกอบของ Topic Cluster (3 ส่วนหลัก)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูส่วนประกอบทั้ง 3 ส่วนกันครับ
1. Pillar Page (บทความเสาหลัก)
คือบทความ "แม่บท" ที่ครอบคลุมหัวข้อกว้าง ๆ (Broad Topic) เนื้อหาจะยาวและครบถ้วนที่สุด แต่จะไม่ลงลึกในรายละเอียดทางเทคนิคมากนัก (เน้นกว้างและครอบคลุม)
- Keyword: Short-tail / Seed Keyword (Volume สูง)
- ตัวอย่าง: "คู่มือการลดน้ำหนักฉบับสมบูรณ์"
2. Cluster Content (บทความบริวาร)
คือบทความย่อยที่เจาะลึกเฉพาะเรื่อง (Specific Topic) ที่แตกแขนงออกมาจาก Pillar Page
- Keyword: Long-tail Keyword (Volume น้อย แต่ Intent ชัด)
- ตัวอย่าง: "วิธีทำ IF", "เมนูอาหารคลีน", "ออกกำลังกายแบบ HIIT", "นอนดึกทำให้อ้วนไหม"
3. Internal Links (เส้นทางเชื่อมโยง)
คือ "ถนน" ที่เชื่อมระหว่าง Pillar และ Cluster เข้าด้วยกัน นี่คือหัวใจสำคัญครับ!
- Cluster ต้องส่งลิงก์กลับไปหา Pillar เสมอ (เพื่อดันให้หน้าหลักแข็งแกร่ง)
- Pillar ต้องส่งลิงก์ไปหา Cluster (เพื่อนำทางคนอ่านไปดูรายละเอียด)
เปรียบเทียบ Old SEO vs New SEO
ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนวิธีคิด? ลองดูตารางนี้ครับ
ตารางที่ 1: ความแตกต่างระหว่าง SEO แบบเก่า vs Topic Clusters
| คุณสมบัติ | SEO แบบเก่า (Old School) | Topic Clusters (Modern SEO) |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | แยกกันอยู่ อิสระต่อกัน (Silo) | เชื่อมโยงกันเป็นระบบ (Hub & Spoke) |
| การใช้ Keyword | 1 บทความ = 1 Keyword | 1 หัวข้อใหญ่ = หลายบทความช่วยกันดัน |
| Internal Link | ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง แล้วแต่อารมณ์ | วางแผนอย่างเป็นระบบ (Systematic) |
| สิ่งที่ Google เห็น | ข้อมูลกระจัดกระจาย | ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Authority) |
| โอกาสติดอันดับ | แข่งยาก ถ้าเว็บไม่ดังจริง | ง่ายกว่า เพราะบทความช่วยดันกันเอง |
ตัวอย่างโครงสร้าง (Example Architecture)
สมมติเพื่อน ๆ ทำเว็บเกี่ยวกับ "Digital Marketing" แทนที่จะเขียนบทความสะเปะสะปะ เรามาวางแผนแบบ Cluster กันครับ
ตารางที่ 2: ตัวอย่างการวางแผน Topic Cluster "SEO"
| ระดับเนื้อหา | หัวข้อบทความ (Topic) | Keyword เป้าหมาย | หน้าที่ |
|---|---|---|---|
| Pillar Page (ดวงอาทิตย์) |
คู่มือสอนทำ SEO ฉบับสมบูรณ์ 2026 | "สอน SEO", "SEO คือ" | เป็นหน้าสารบัญรวมลิงก์ และปูพื้นฐานภาพรวม |
| Cluster 1 (ดาวเคราะห์) |
วิธีหา Keyword สำหรับมือใหม่ | "Keyword Research" | เจาะลึกขั้นตอนการหาคำ |
| Cluster 2 (ดาวเคราะห์) |
เทคนิคเขียนบทความให้ติดหน้าแรก | "On-Page SEO" | เจาะลึกเรื่อง H1, Title, Meta |
| Cluster 3 (ดาวเคราะห์) |
Backlink คืออะไร หาจากไหน | "Off-Page SEO" | เจาะลึกเรื่องลิงก์ |
| Cluster 4 (ดาวเคราะห์) |
สอนใช้ Google Search Console | "GSC คือ" | เจาะลึกเครื่องมือวัดผล |
| --- |
วิธีสร้าง Topic Cluster
เพื่อน ๆ สามารถเริ่มทำได้ทันทีตาม 4 ขั้นตอนนี้ครับ:
-
เลือกหัวข้อหลัก (Decide Pillar Topic):
* เลือกจาก Seed Keyword ที่ธุรกิจเราต้องการโฟกัส (จาก Ep 4) เช่น "รองเท้าวิ่ง", "ประกันรถยนต์", "อาหารเสริม" -
แตกประเด็นย่อย (Keyword Mapping):
* หา Long-tail Keyword ที่เกี่ยวข้อง 5-10 คำ มาเตรียมเขียนเป็น Cluster Content -
เขียนและเชื่อมโยง (Write & Link):
* เขียน Pillar Page ก่อน (หรือเขียนทีหลังก็ได้ แต่ต้องมี)
* เขียน Cluster Content แล้วใส่ลิงก์กลับไปหา Pillar Page ด้วย Anchor Text ที่เป็น Keyword หลัก -
ตรวจสอบโครงสร้าง (Audit):
* เช็คว่าไม่มีหน้าไหนที่เป็น "Orphan Page" (หน้ากำพร้าที่ไม่มีใครลิงก์หา)
Technical Note สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็น dev:
ในเชิงโครงสร้าง URL เราสามารถจัดระเบียบแบบ Silo Structure ได้เพื่อความสวยงาม (แต่ไม่บังคับ)
// ตัวอย่าง URL Structure แบบ Silo
yourwebsite.com/seo/ (Pillar Page)
yourwebsite.com/seo/keyword-research/ (Cluster)
yourwebsite.com/seo/on-page-guide/ (Cluster)
yourwebsite.com/seo/backlink-strategy/ (Cluster)
สรุป
การทำ Topic Clusters คือการเล่นเกมยาวครับ
- มันช่วยแก้ปัญหา Keyword Cannibalization (บทความเราแย่งอันดับกันเอง)
- มันช่วยให้ User หาข้อมูลเจอลึกซึ้งขึ้น (อยู่บนเว็บเรานานขึ้น)
- มันช่วยให้ Google มั่นใจว่าเว็บนี้คือ "ตัวจริง" ในวงการ
ในบทต่อไป เมื่อเรามีโครงสร้างคอนเทนต์ที่ดีแล้ว เราต้องมาลงลึกเรื่อง "หน้าตาและโครงสร้างภายใน" ของแต่ละหน้ากันบ้างครับ เพื่อให้ Googlebot อ่านง่ายที่สุด ใน Ep 6: On-Page SEO Architecture
อ้างอิงเพิ่มเติม
- HubSpot: The Topic Cluster Model
- Moz: Internal Linking Strategy